KSS มอง SET สัปดาห์นี้ “Sideways Up” ชู PTT-PTTGC-SCC เด่น รับน้ำมันสูง-งบ Q1 ดี

บล.กรุงศรี ประเมิน SET สัปดาห์นี้ 5-8 พฤษภาคม 2569 แกว่ง “Sideways Up” ให้แนวต้าน 1,506-1,520 จุด แนวรับ 1,477-1,463 จุด มองราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูงจากสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน หนุนหุ้นพลังงาน พร้อมแนะนำหุ้นเด่น PTT, PTTGC และ SCC ขณะที่ปัจจัยในประเทศจับตาครม.เศรษฐกิจนัดแรก มาตรการหนุนลงทุน และผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของหุ้นใหญ่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยประจำสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 5-8 พฤษภาคม 2569 ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET Index มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideways Up” โดยให้แนวต้านไว้ที่ระดับ 1,506 จุด และ 1,520 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,477 จุด และ 1,463 จุด

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KSS คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังได้แรงหนุนจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง ซึ่งในระยะสั้นเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนกำไรประมาณ 20% ของกำไรรวมตลาด

ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศยังต้องติดตามการรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และสื่อสาร ซึ่ง KSS ประเมินว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มออกมาดี รวมถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะพิจารณามาตรการสนับสนุนการลงทุนและมาตรการ “ไทยช่วยไทย เฟส 2” ที่อาจช่วยเพิ่มแรงส่งต่อเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ KSS แนะนำหุ้นเด่นประจำสัปดาห์ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 37 บาท โดยมองว่าได้รับประโยชน์จากภาวะ Supply Disruption รวมถึงโอกาสการลงทุนด้าน Data Center และพลังงานสะอาดที่อาจเปิดอัพไซด์ต่อธุรกิจก๊าซ

ส่วน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดตาม Consensus ที่ 42 บาท โดยคาดว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ หรือ Spread มีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่องจากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 245 บาท และมีโอกาสได้รับอานิสงส์จาก Spread ปิโตรเคมีที่ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน

สำหรับธีมการลงทุนเด่น KSS แนะนำธีม Energy Security โดยเน้นหุ้นปิโตรเคมี ได้แก่ IVL, SCC, PTTGC หุ้นโรงกลั่น ได้แก่ TOP และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ได้แก่ BH, DOHOME, GLOBAL

ขณะที่ธีมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี หรือ Infra Tech แนะนำหุ้นนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ AMATA, WHA หุ้นรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ STECON, PYLON, INSET หุ้นก๊าซและไฟฟ้า ได้แก่ PTT, GULF หุ้นสื่อสาร ได้แก่ TRUE และหุ้นธนาคาร ได้แก่ KTB, KBANK

นอกจากนี้ KSS ยังระบุว่าหุ้นที่มีแนวโน้มรายงานกำไรไตรมาส 1/2569 ออกมาดี ได้แก่ PTTGC, TOP, ADVANC, GULF และ TU ขณะที่หุ้นเด่นสำหรับไตรมาส 2/2569 ได้แก่ ADVANC, AOT, BDMS, GPSC, GULF, IVL, PTT, PTTGC, THAI และ TRUE ส่วนหุ้นขนาดเล็กที่น่าสนใจ ได้แก่ AMATA, GUNKUL, CENTEL, BCH และ ITC

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคม, ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเมษายน, อัตราการว่างงานสหรัฐฯ, ดัชนี PMI ภาคบริการของจีน, เงินเฟ้อไทยเดือนเมษายน, การประชุมครม.เศรษฐกิจ และการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย

ด้านประมาณการกำไรตลาดปี 2569 อยู่ที่ 96.54 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยกลุ่มที่ถูกปรับประมาณการขึ้น ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และปิโตรเคมี ส่วนกลุ่มที่ถูกปรับประมาณการลง ได้แก่ กลุ่มเกษตร อาหาร และการเงิน

ส่วนทิศทางเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าเงินทุนไหลออกจากภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นรวม 8,684 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ประเทศไทยมีเงินทุนไหลออกสุทธิ 95.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นแรงซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 14.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 110.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าอยู่ในกรอบ 32.20-32.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

Back to top button