
“บล.ฟินันเซีย ไซรัส” มองค้าปลีก เม.ย.ฟื้นตัว ชู CPALL-MRDIYT เด่น
บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองยอดขายสาขาเดิม SSSG กลุ่มค้าปลีกเดือน เม.ย. 69 ฟื้นตัวจากแรงกักตุนสินค้าและฐานต่ำ ชู CPALL-MRDIYT เด่นเชิงพื้นฐาน ขณะที่ DOHOME-GLOBAL-COM7 ลุ้นกำไรไตรมาส 2/69 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของกลุ่มค้าปลีกในเดือนเมษายน 2569 ฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการกักตุนสินค้า (stockpiling demand) ในกลุ่มสินค้าเกี่ยวกับบ้าน รวมถึงผลจากฐานต่ำในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
สำหรับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Staple) ภาพรวม SSSG เริ่มเห็นการเติบโตในอัตราที่ชะลอลง จากแรงกักตุนสินค้าที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมีนาคม โดยคาดว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มเติบโตเป็นบวก นำโดยกลุ่มอาหารของ CRC ซึ่งคาดเติบโต 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากแรงหนุนธุรกิจอาหารในไทย แม้ว่าธุรกิจอาหารในเวียดนามยังได้รับแรงกดดันจากค่าเงิน
ขณะที่กลุ่ม Makro, Lotus และร้านสะดวกซื้อ CPALL 7-Eleven คาดว่าจะเติบโตเล็กน้อยราว 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วน บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC คาดว่า SSSG จะลดลงราว 5.5% จากแรงกดดันในกลุ่มสินค้า non-food โดยหากไม่รวมยอดขายบุหรี่ คาดว่าจะลดลงราว 3%
ด้านกลุ่มสินค้าเกี่ยวกับบ้าน (Home-related) ยังคงเห็นสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องในเดือนเมษายน แม้โมเมนตัมช่วงครึ่งหลังของเดือนจะชะลอลงบ้าง หลังแรงซื้อจากฐานต่ำและการกักตุนสินค้าเริ่มลดลง โดยบริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME คาดเติบโตสูงสุดที่ 5.5% แบ่งเป็นยอดขายหน้าร้าน (POS) เติบโต 2% และยอดขายโครงการ (BO) เติบโต 10%
ส่วน Mega Home และ Thai Watsadu คาดเติบโตราว 5% ขณะที่ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO และบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL คาดเติบโต 2-3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วน MOSHI และ MR.D.I.Y. ประเทศไทย คาดทรงตัวจากปีก่อน
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 แม้คาดว่าอานิสงส์จากการกักตุนสินค้าจะเริ่มลดลง แต่ยังคาดว่าจะเห็นการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการปรับขึ้นราคาขาย ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการของกลุ่ม Home-related ให้เติบโตต่อเนื่องในลักษณะเดียวกับกลุ่มไอทีที่ได้รับอานิสงส์จากราคาขายอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยังต้องติดตามผลกระทบจากเม็ดเงินใหม่ภายใต้มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ส่วนแนวโน้มระยะสั้นในเดือนพฤษภาคม 2569 คาดว่า SSSG ยังทรงตัวในแดนบวกใกล้เคียงเดือนเมษายน โดยได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศร้อน ปริมาณฝนที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงผลบวกจากจำนวนวันเสาร์-อาทิตย์ที่มากขึ้น โดยเดือนพฤษภาคม 2569 มีวันหยุดสุดสัปดาห์ 10 วัน เทียบกับ 9 วันในช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และบริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT ในเชิงพื้นฐาน ขณะที่หุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2/2569 จะฟื้นตัวโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แก่ DOHOME, GLOBAL และบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 จากแรงหนุนด้านอัตรากำไรขั้นต้นและการขยายตัวของฐานกำไรอย่างต่อเนื่อง
