
“บล.กสิกรไทย” มองบวกหุ้นรับเหมา รับฤดูกาลงบลงทุน อัพเป้า CK-STECON
บล.กสิกรไทย มองบวกกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง คาดงบลงทุนรัฐหนุนกำไรไตรมาส 2/69 แข็งแกร่ง พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย CK เป็น 27.98 บาท (+13%) และ STECON เป็น 20.62 บาท (+35%)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KS) ระบุว่า กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างเข้าสู่ช่วงฤดูกาลการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยการเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงเดือนตุลาคม–พฤษภาคมอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมแนวโน้มเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
KS ระบุว่า การเบิกจ่ายงบประมาณมีแนวโน้มทำจุดสูงสุดในไตรมาส 3 ขณะที่คาดว่าจะมีโครงการมูลค่ารวมประมาณ 1.64 แสนล้านบาททยอยเปิดประมูล ส่งผลให้แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2569 อยู่ในระดับแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ KS ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ขึ้น 13% และ 35% ตามลำดับ สะท้อนการปรับเพิ่มตัวคูณ PBV เพื่อรองรับวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรม
ในเชิงข้อมูล กรมบัญชีกลางรายงานการเบิกจ่ายงบประมาณช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568–พ.ค. 2569) โดยงบรายจ่ายประจำอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 74.64% ของงบประมาณทั้งปี เพิ่มขึ้น 7.56% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ขณะที่งบลงทุนอยู่ที่ 3.6 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 44.7% ของงบประมาณทั้งปี (เพิ่มขึ้น 9.65% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน)
ด้านกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ พร้อมใช้การลงทุนภาครัฐเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ตามรูปแบบฤดูกาล ภาครัฐมักเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนในไตรมาส 3 โดยคาดว่าโครงการภาครัฐที่ได้รับอนุมัติแล้วรวมมูลค่า 1.64 แสนล้านบาท จะทยอยเปิดประมูลในช่วงไตรมาส 3–4 ซึ่งรวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 2 มูลค่า 1.17 แสนล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์ M5 มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาท และโครงการมอเตอร์เวย์ M9 มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุน backlog ใหม่และราคาหุ้นในช่วงดังกล่าว
สำหรับแนวโน้มกำไร ทางบล.กสิกรไทย คาดว่ากำไรปกติของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างในไตรมาส 2/2569 จะยังคงแข็งแกร่ง เติบโตทั้งเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน จากความคืบหน้าการก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้น โดย STECON ได้รับแรงหนุนจากรายได้เงินปันผลจาก Gulf และคาดกำไรปกติเติบโต 80–100% ขณะที่ CK คาดกำไรลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจาก CKP ส่วน SEAFCO และ PYLON มีแนวโน้มรักษาผลประกอบการแข็งแกร่งจากโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มและงานภาคเอกชน
KS ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐาน การแข่งขันที่ลดลงในการประมูลงาน และโอกาสฟื้นตัวของ backlog หลังผ่านช่วงขาลง ขณะที่โครงการภาคเอกชนมีแนวโน้มกลับมาเดินหน้าเพิ่มเติม
ทั้งนี้ KS ได้ปรับเพิ่มตัวคูณ PBV และ PER ของ CK และ STECON เพื่อสะท้อนวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่ม พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้นในกลุ่ม โดยเลือก STECON และ PYLON เป็นหุ้นเด่น
KS ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย CK ขึ้น 13% จาก 24.77 บาท เป็น 27.98 บาท และ STECON ขึ้น 35% จาก 15.28 บาท เป็น 20.62 บาท ขณะที่ยังคงราคาเป้าหมาย SEAFCO ที่ 3.46 บาท และ PYLON ที่ 4.32 บาท
