
GBS ชี้ช่องเก็บหุ้นส่งออก ชู KCE-HANA-CPF แกร่ง รับมือดัชนีผันผวน
GBS มองดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งผันผวนในกรอบ 1,520-1,580 จุด แนะเลือกหุ้นรายตัวเน้นกลุ่มส่งออกและอาหารที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง KCE, HANA, CPF, GFPT, AAI และ ITC รับมือราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ภาคส่งออกไทยชะลอตัว
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ดัชนีแกว่งตัวในกรอบจำกัดควรมุ่งเน้นไปที่การเลือกหุ้นรายตัว (Selective Buy) ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะกลุ่มส่งออกที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและยอดขายเติบโตต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคม ได้แก่
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แนะนำ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE และ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA กลุ่มเกษตรและอาหารแปรรูปขนาดใหญ่ แนะนำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT รวมถึง กลุ่มนวัตกรรมอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีอนาคตสดใส แนะนำ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI และ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC
ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ไว้ที่ระดับ 1,520 – 1,580 จุด โดยคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกหลังจากสหรัฐอเมริกาประกาศดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ปรับตัวขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาปัจจัยทางเศรษฐกิจพบว่า สหรัฐฯ มีแรงหนุนจากตัวเลขที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง สะท้อนจากการรายงานประมาณการครั้งที่ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสแรกที่ขยายตัวถึง 2.1% ซึ่งสูงกว่าประมาณการครั้งก่อนหน้า และสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.6% อย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานที่เห็นได้จากตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกที่ลดลงเหลือ 215,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนในภาพรวมยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและจิตวิทยาการลงทุน
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยยังไม่สามารถวางใจต่อแรงเสียดทานได้ เนื่องจากมีปัจจัยลบที่คอยฉุดรั้ง โดยเฉพาะภาคการส่งออกในเดือนพฤษภาคมที่มีการขยายตัว 10.6% คิดเป็นมูลค่ารวมราว 1.09 ล้านล้านบาท แม้ตัวเลขสะสมช่วง 5 เดือนแรกจะเติบโตได้ 17% แต่การขยายตัวในเดือนพฤษภาคมถือว่าชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เติบโตสูงถึง 23.1% และยังต่ำกว่ากรอบที่ตลาดคาดหวังไว้

