S อวดกำไร Q1 โต 10 เท่าตัว แตะ 49 ล้านบาท มั่นใจครึ่งปีหลังโตต่อ รับโรงแรม-ออฟฟิศแกร่ง

S อวดกำไร Q1โต 10 เท่าตัว แตะ 49 ล้านบาท มั่นใจครึ่งปีหลังโตต่อ รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรม-ออฟฟิศแข็งแกร่ง พร้อมลุ้นรายได้ขายที่ดินนิคมฯ หนุนผลงาน หลังโรงแรมไทย-มัลดีฟส์ทำสถิติใหม่


บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลการดำเนินงานรวมไตรมาส 1 ปี 2569 แตะ 3,263 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจรายได้ประจำ (Recurring Income) พร้อมรายงานกำไรสุทธิ 49 ล้านบาท เติบโต 1,078% แข็งแกร่งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 4 ล้านบาท

นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจชะลอตัวและความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยกดดันการดำเนินธุรกิจ แต่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ที่เน้นสร้างฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ต่อเนื่อง มุ่งสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่การบริหารต้นทุนและความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยโครงสร้างธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่ม ยังช่วยเสริมเสถียรภาพการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมยังเติบโตโดดเด่น โดยโรงแรมในประเทศไทยและมัลดีฟส์รักษาอัตราการเข้าพักสูงที่ 87% และ 89% ตามลำดับ พร้อมปรับเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ขึ้น 9% สู่ระดับ 13,951 บาท และ 18% สู่ระดับ 532 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ RevPAR เติบโต 8% สู่ระดับ 12,075 บาท และ 17% สู่ระดับ 473 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ ซึ่งนับเป็นสถิติ RevPAR สูงสุดใหม่ของไตรมาส 1 ในทั้งสองประเทศ ขณะที่ RevPAR เฉลี่ยทั้งพอร์ตเพิ่มขึ้นราว 3% มาอยู่ที่ระดับ 4,866 บาท สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดที่สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่ายังคงมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 1 จากการทยอยเข้าใช้พื้นที่ของผู้เช่ารายใหญ่ ส่งผลให้อัตราการเช่าเฉลี่ยของอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ เพิ่มขึ้นเป็น 90% จาก 85% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่อาคารเอส โอเอซิส ปรับเพิ่มเป็น 52% จาก 47% นอกจากนี้ อาคารเอส โอเอซิส ยังสามารถปิดดีลผู้เช่ารายใหญ่เพิ่มเติมในไตรมาสที่ 2 พร้อมดันอัตราการเช่าถึง 60% เป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมการเติบโตของรายได้ของธุรกิจอาคารสำนักงานในปีนี้

ธุรกิจที่พักอาศัยมีแรงขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาส 1 จากโครงการภายใต้แบรนด์สริน ณอน และคอนโด ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่โครงการ วัน ริเวอร์ พระราม 3 มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ล่าสุด ณ เดือนเมษายนที่ผ่านมา เหลือห้องรอการขายเพียง 1 ห้องสุดท้าย สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อศักยภาพโครงการและทำเล โดยปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้ากว่า 40% และคาดว่าจะทยอยส่งมอบโครงการได้ภายในปี 2570

ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ในไตรมาส 1 บริษัทฯ ได้ลงนามซื้อขายที่ดินเพิ่มเติม 13 ไร่ ให้แก่ บริษัท โอเรียนทอล ยูหง จำกัด และได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้วในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ จะทยอยรับรู้รายได้จากรายการดังกล่าวในไตรมาส 2 ปี 2569 ต่อไป

สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 นอกเหนือจากความสามารถในการทำรายได้และกำไรจากธุรกิจต่อเนื่องอย่างธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานที่สร้างฐานกำไรที่แข็งแกร่งให้บริษัทแล้ว บริษัทยังมีปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญ จากรายได้จากการขายที่ดินในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเอส อ่างทอง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ศักยภาพที่มีความพร้อมในระบบไฟฟ้าและระบบน้ำ สอดรับกับแนวโน้มการลงทุนจากต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมที่ดีต่อเนื่อง โดยบริษัทอยู่ในระหว่างการเจรจาขายพื้นที่ให้กับนักลงทุนรายใหญ่หลายราย และคาดว่าจะมีความชัดเจนเพิ่มเติมในระยะถัดไป” นายชัยรัตน์ กล่าวเสริม

Back to top button