
DOD เคลียร์งบ Q1 ปมเงินมัดจำ-จ่ายล่วงหน้า 141 ลบ. เดินหน้าขยายธุรกิจ ยกระดับคุมภายใน
DOD ชี้แจงงบไตรมาส 1/2569 กรณีผู้สอบบัญชีมีข้อสรุปแบบมีเงื่อนไขเกี่ยวกับเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้ารวม 141 ล้านบาท ยืนยันเป็นรายการทำธุรกรรมกับบุคคลภายนอกเพื่อรองรับการขยายธุรกิจระยะยาว ไม่ใช่ความเสียหาย พร้อมเดินหน้าจัดหาหลักประกันและยกระดับระบบควบคุมภายในเพื่อปกป้องผลประโยชน์บริษัทและผู้ถือหุ้น
บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ชี้แจงกรณีรายงานการสอบทานงบการเงินงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผู้สอบบัญชีมีข้อสรุปแบบมีเงื่อนไขเกี่ยวกับรายการเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้ารวม 141 ล้านบาท ยันเป็นผลจากข้อจำกัดด้านเอกสารในช่วงเวลาสอบทาน ไม่ใช่ความเสียหาย พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น
นางสาวสุวารินทร์ ก้อนทอง กรรมการบริษัท ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ เปิดเผยว่า รายการเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้าทั้งหมดรวม 141 ล้านบาท (ประกอบด้วย เงินมัดจำที่ดิน 50 ล้านบาท เงินล่วงหน้าค่าก่อสร้าง 20 ล้านบาท, เงินล่วงหน้าค่าวัตถุดิบ 47 ล้านบาท, เงินล่วงหน้าเครื่องจักร 14 ล้านบาท และเงินล่วงหน้าสายการผลิตเดิม 10 ล้านบาท) มีวัตถุดำเนินการเพื่อรองรับการลงทุนขยายงานในสินค้ากลุ่มใหม่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบน้ำที่มีความต้องการสูงในตลาด เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า คู่สัญญาในทุกรายการเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์ หรือส่วนได้เสียใดๆ กับกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ (Non-Related Parties) โดยสถานะปัจจุบันของแต่ละรายการมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:
เงินมัดจำค่าซื้อที่ดิน (50 ล้านบาท): จัดทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว มูลค่าที่ดินได้รับการประเมินโดยผู้ประเมินที่ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบ คาดจะโอนกรรมสิทธิ์ได้ภายในปี 2569
เงินจ่ายล่วงหน้าค่าก่อสร้าง (20 ล้านบาท): เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนสายการผลิตใหม่มูลค่ารวม 150-200 ล้านบาท คาดคืนทุนใน 2.5–3 ปี โดยมี IRR ประมาณ 20% ต่อปี
เงินล่วงหน้าค่าปรับปรุงสายการผลิตเดิม (10 ล้านบาท): คู่สัญญาสะดวกเข้าดำเนินการทันทีหลังบริษัทฯ จัดสรรกรอบเวลาการหยุดผลิตบางส่วนชั่วคราว โดยจะเสร็จสิ้นภายใน 60 วัน
เงินจ่ายล่วงหน้าค่าวัตถุดิบ (47 ล้านบาท): เป็นการเข้าทำสัญญาล็อกราคาและสำรองปริมาณวัตถุดิบ (Reserved) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาและห่วงโซ่อุปทาน โดยจะทยอยส่งมอบภายใน 1.5 ปี
เพื่อป้องกันความเสี่ยงและรักษาผลประโยชน์สูงสุด บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเร่งเจรจาจัดทำสัญญาหลักประกันเชิงพาณิชย์ หรือจัดให้มีบุคคลหรือนิติบุคคลค้ำประกันที่ครอบคลุมวงเงินดังกล่าว โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน พร้อมกันนี้ คณะกรรมการตรวจสอบได้กำชับให้ฝ่ายบริหารรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างระบบภายใน 30 วัน และอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบควบคุมภายในสำหรับการจ่ายเงินมูลค่าสูงให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2569
สำหรับกรณีเงินทดรองจ่ายกรรมการของบริษัทย่อยจำนวน 30 ล้านบาท นั้น บริษัทฯ ได้รับคืนเงินดังกล่าวครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้สั่งการให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุมัติและเพิ่มมาตรการตรวจสอบควบคุมที่เข้มงวดขึ้นทันที เพื่อให้มั่นใจว่าการควบคุมภายในและการใช้เงินเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ดีสูงสุด
