
แนวโน้ม SET “ไซด์เวย์” บอนด์ยีลด์สหรัฐสูงกดดัน-ลุ้น ครม.เคาะ “ไทยช่วยไทย พลัส”
บล.เอฟเอสเอสฯ คาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่ง Sideway รับแรงกดดันเงินเฟ้อและบอนด์ยีลด์สหรัฐทรงตัวสูง พร้อมจับตา ครม.เคาะมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” วันนี้ ให้กรอบแนวรับ 1,510 จุด แนวต้าน 1,525 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้วันนี้ (19 พ.ค. 2569) ว่า คาดดัชนีแกว่งตัวออกด้านข้าง หรือ Sideway ในกรอบ หลังบรรยากาศการลงทุนต่างประเทศยังถูกกดดันจากประเด็นเงินเฟ้อ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี หรือบอนด์ยีลด์ ที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงบริเวณ 4.6%
ทั้งนี้ บอนด์ยีลด์สหรัฐที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยจำกัดอัพไซด์ของสินทรัพย์เสี่ยง และส่งผลให้เกิดแรงขายอ่อน ๆ ในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้านี้
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มมีทิศทางย่อตัวลง หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เลื่อนแผนการโจมตีอิหร่านออกไป ส่งผลให้บรรยากาศความตึงเครียดผ่อนคลายลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่มีความแน่นอนชัดเจน ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเลือกชะลอการลงทุน เพื่อรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ต่อไป
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ แม้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ไตรมาส 1/2569 ของไทยที่ประกาศออกมาล่าสุดจะดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ยังไม่สามารถช่วยหนุนตลาดได้มากนัก เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าอาจเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ และคาดว่าในไตรมาสถัดไป ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มอ่อนตัวลง
ส่วนประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้ ได้แก่ การนำมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ซึ่งต้องรอดูว่าจะมีการเคาะรายละเอียดมาตรการออกมาหรือไม่
ด้านกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องตีความความชอบด้วยกฎหมายของพระราชกำหนด หรือ พ.ร.ก. เงินกู้ ตลาดไม่ได้มีปฏิกิริยาเชิงลบ หรือเกิดความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากศาลไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หรือสั่งระงับการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้รัฐบาลยังสามารถเดินหน้าเตรียมความพร้อมตามไทม์ไลน์เดิม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับการจัดทำคำชี้แจงภายใน 7 วัน
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า มาตรการเงินกู้ดังกล่าวมีโอกาสผ่านไปได้ และจะมีส่วนช่วยประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกลงทุนหุ้นรายตัวที่มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 โดดเด่น และภาพรวมครึ่งปีหลังยังแข็งแกร่ง รวมถึงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบต่ำ หากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยืดเยื้อ โดยประเมินกรอบแนวรับที่ 1,510 จุด และแนวต้านที่ 1,525 จุด

