
COCOCO เร่งเครื่องครึ่งปีหลัง รุก Moochie เต็มสูบ ปักธงอาหารสัตว์โต 100%
COCOCO มองไตรมาส 2/69 สดใส รับออเดอร์จีนฟื้น เดินหน้าขยายแบรนด์ Moochie กว่า 40 ประเทศ พร้อมปักธงยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงปีนี้โต 100%
ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 21 พ.ค.69 ว่า ในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 82.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.23% ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,509.22 ล้าน บาท รับแรงหนุนยอดขายกะทิและอาหารสัตว์เลี้ยงในอเมริกาเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนมะพร้าวลดลง
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 บริษัทคาดว่ายอดขายจะทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีนที่เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นฤดูกาลบริโภคน้ำมะพร้าว ขณะเดียวกันบริษัทเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพสินค้า ผ่านการตรวจสอบและยืนยันความเป็นน้ำมะพร้าวแท้ 100% เพื่อรักษาภาพลักษณ์แบรนด์และคัดกรองคู่ค้าที่มีคุณภาพ
นอกจากนี้ บริษัทมองว่าธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงสุดในปีนี้ โดยตั้งเป้าเติบโต 100% จากความต้องการในตลาดสหรัฐอเมริกาที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงได้รับอานิสงส์จากการย้ายคำสั่งซื้อของลูกค้าบางส่วนมายังประเทศไทย บริษัทจึงมีแผนติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมเพื่อรองรับกำลังการผลิต และตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเป็น 2 เท่าภายใน 2 ปี พร้อมเตรียมนำธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต
อีกทั้งภายในไตรมาส 2/2569 ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง โดยภายในปีนี้คาดว่ายอดขายจะเติบโต 100% และบริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 30% โดยเตรียมขยายแบรนด์ “Moochie” เพิ่มอีกกว่า 40 ประเทศ ผ่านร้านค้ากว่า 450 แห่ง และฐานลูกค้าใหม่มากกว่า 100 ราย ควบคู่กับกลยุทธ์รับจ้างผลิต (OEM) และการผลักดันแบรนด์ของบริษัทในตลาดโลก
บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ต่อเนื่อง โดยภายในเดือนนี้จะเริ่มจำหน่ายอาหารเม็ดสำหรับสุนัข และเดือนหน้าจะเปิดตัวอาหารเม็ดสำหรับแมว เพื่อเติมพอร์ตผลิตภัณฑ์ Pet Food ให้ครบมากขึ้น จากเดิมที่แข็งแกร่งในกลุ่มอาหารเปียกและขนมสัตว์เลี้ยง
ด้านธุรกิจกะทิ บริษัทเตรียมย้ายฐานการผลิตเพื่อการส่งออกส่วนใหญ่ไปยังประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยปัจจุบันโครงการก่อสร้างโรงงานในฟิลิปปินส์มีความคืบหน้างานโครงสร้างแล้ว 93% และอยู่ระหว่างติดตั้งเครื่องจักรสำคัญ คาดว่าจะเริ่มผลิตกะทิกระป๋องและกะทิระบบปลอดเชื้อ (Aseptic) ได้ตามแผน ก่อนขยายสู่การผลิตน้ำมะพร้าวในปีถัดไป
ส่วนธุรกิจน้ำมะพร้าว บริษัทจะยังใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก โดยชูจุดเด่น “มะพร้าวน้ำหอมไทย” เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดโลก หลังยอดขายในสหรัฐอเมริกาและยุโรปยังเติบโต 19% และ 11% ตามลำดับ ช่วยชดเชยยอดขายที่ชะลอตัวในจีน
ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Premium Street Food ของบริษัทก็เริ่มขยายตัวมากขึ้นในตลาดโลก โดยฝั่งสหรัฐฯ บริษัทเริ่มขยายจาก West Coast ไปยัง East Coast ผ่านเครือข่ายร้านค้าหลัก รวมถึงมีการเข้าพบลูกค้าใหม่และร่วมงานแสดงสินค้าเพิ่มเติมต่อเนื่อง
ส่วนตลาดเอเชีย บริษัทเริ่มขยายเข้าสู่จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย และฮ่องกง ขณะที่ในประเทศไทย สินค้าเริ่มวางจำหน่ายผ่าน Villa Market, Tops และ Gourmet Market แล้ว
โดยปัจจุบันสินค้าของบริษัทมีวางจำหน่ายแล้วกว่า 215 สาขาทั่วโลก และในนิวซีแลนด์อีกกว่า 63 สาขา พร้อมเดินหน้าทำตลาดเชิงรุก ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และใช้ Influencer ท้องถิ่นในแต่ละประเทศช่วยสร้าง Brand Engagement อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ผู้บริหารมั่นใจว่าในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า บริษัทจะเติบโตได้ต่อเนื่องจาก 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ กะทิ น้ำมะพร้าว และอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะการขยายกำลังการผลิต การสร้างแบรนด์ “ไทย โคโค่” และการเพิ่มมาร์จิ้นจากฐานการผลิตในฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการเติบโตระยะยาวของบริษัท

