
BYD เปิดแผนปลดเครื่องหมาย CB ลุยควบรวม “คิงส์ฟอร์ด” ดันมาร์เก็ตแชร์ทะลุ 5%
BYD กางแผนยุทธศาสตร์ปลดเครื่องหมาย CB แจงเหตุผลขาดทุนสะสมมาจากการตั้งสำรองเครดิตกลุ่ม TSB ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เผยข่าวดีงบไตรมาส 1/69 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังผ่านกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้า ผลักดัน TSB หารายได้เพิ่ม และชูไฮไลต์สำคัญคือการควบรวมกิจการกับ บล.คิงส์ฟอร์ด หวังดันส่วนแบ่งการตลาดแตะ 5.02% เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายสัมฤทธิ์ อุ่นจิตต์ธรรม เลขานุการบริษัท บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงกรณีที่หลักทรัพย์ของบริษัทยังคงถูกขึ้นเครื่องหมาย Caution – Business (CB) โดยระบุว่า สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 3 ปีติดต่อกัน จนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 100% ของทุนชำระแล้ว ซึ่งผลขาดทุนดังกล่าวเป็นผลกระทบจากการลงทุนและให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ผ่านบริษัทร่วมคือ บริษัท เอช อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (ACE)
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ BYD มีรายละเอียดที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้:
ปี 2566: ขาดทุนสุทธิ 491.52 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน 812.52 ล้านบาท จากบริษัทร่วม (ACE) เนื่องจากรับรู้ผลการดำเนินงานของ TSB ที่เพิ่งเริ่มดำเนินงานและยังไม่มีกำไร
ปี 2567: ขาดทุนสุทธิ 4,577.22 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการประเมินผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 4,924.35 ล้านบาท จากการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ TSB ตั้งแต่ปี 2565-2567 รวม 9,950 ล้านบาท
ปี 2568: ขาดทุนสุทธิ 2,762.08 ล้านบาท จากการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มเติมจากเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับจาก TSB อีก 3,160.07 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 บริษัทได้ดำเนินการลดพาร์จาก 5.00 บาท เหลือ 1.25 บาทต่อหุ้น เพื่อล้างส่วนต่ำมูลค่าหุ้นและขาดทุนสะสม ส่งผลให้บริษัทเข้าเกณฑ์ถูกขึ้นเครื่องหมาย CB อย่างเป็นทางการ
ไตรมาส 1 ปี 2569: บริษัทมีกำไรสุทธิ 18.61 ล้านบาท แม้จะมีการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตจาก TSB เพิ่มเติมอีก 88.41 ล้านบาท แต่เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงต่ำกว่าทุนชำระแล้ว (คิดเป็น 74.37%) จึงทำให้หลักทรัพย์ยังคงสถานะเครื่องหมาย CB ต่อไป
สำหรับแนวทางการฟื้นฟู TSB นั้น แม้บริษัทจะมีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนผู้โดยสารยังคงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากภาพรวมตลาดของผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางที่ลดลง TSB จึงได้ปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มฐานผู้ใช้บริการในระยะยาว ดังนี้:
1.ขออนุญาตกรมการขนส่งทางบกเพื่อปรับปรุงเส้นทางเดินรถให้ตรงกับความต้องการและชุมชนที่มีความหนาแน่นสูง
2.เตรียมเปิดให้บริการรถโดยสารรองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนพฤษภาคม 2569
3.ขยายตลาดเข้าสู่การเดินรถโดยสารไม่ประจำทางสัญญาระยะยาว (B2B / B2G) โดยปัจจุบันเซ็นสัญญาให้บริการลูกค้าเอกชนและสถาบันการศึกษาแล้ว 3 แห่ง
4.ส่งเสริมการใช้บัตรโดยสาร HOP Card ในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่และรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม
5.เปิดให้เช่าระบบบริหารจัดการยานพาหนะ (Fleet Management System) แก่ผู้ประกอบการรายอื่น เพื่อสร้างรายได้เสริม ทั้งนี้ หากผลการดำเนินงานของ TSB กลับมามีแนวโน้มที่ดีขึ้น BYD จะสามารถกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
ในส่วนของแนวทางการดำเนินการเพื่อปลดเครื่องหมาย CB ของบริษัทนั้น BYD ได้เดินหน้าขยายฐานลูกค้าในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะลูกค้าระดับ High Net Worth และนักลงทุนรุ่นใหม่ พร้อมเพิ่มรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำ (AUA) เติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 16,011.20 ล้านบาท ณ เดือนเมษายน 2569 รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Be-BEYOND และ BEYOND Trading View เพื่อเสริมประสิทธิภาพการลงทุนอย่างครบวงจร
นอกจากนี้ กลยุทธ์สำคัญที่จะเข้ามาพลิกโฉมธุรกิจคือ แผนการควบรวมกิจการ (M&A) กับบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ KINGSFORD ซึ่งที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ได้อนุมัติการเข้าซื้อหุ้น 90% จากบริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (KFH) พร้อมอนุมัติการโอนธุรกิจหลักทรัพย์บางส่วนให้แก่ KFS โดยปัจจุบันกระบวนการดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการ
การควบรวมกิจการครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างผลประโยชน์อย่างมากให้กับ BYD ทั้งการสร้าง Synergy เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ซึ่งคาดว่าจะก้าวกระโดดจาก 0.84% (ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2569) เป็น 5.02% หลังการควบรวมสำเร็จ โดย BYD เชื่อมั่นว่าแผนงานทั้งหมดจะส่งผลให้บริษัทมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น และสามารถปลดเครื่องหมาย CB เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นในอนาคต

