
“พบชัย” ชี้ SET ไซด์เวย์ดาวน์! แนะหลบหุ้นเทคฯ ซบเข้า Defensive ชู ADVANC-CPAXT-GULF เด่น
“พบชัย ภัทราวิชญ์” InnovestX ประเมิน SET แกว่งลงตามภูมิภาค รับแรงกดดันหุ้นเทคฯและสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด แนะนักลงทุนตั้งรับด้วยหุ้น Defensive ชู ADVANC, CPAXT และ GULF เด่น รับมือตลาดผันผวน
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (8 มิ.ย.2569) ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีแนวโน้มปรับตัวลงตามตลาดหุ้นภูมิภาค หลังตลาดเอเชียส่วนใหญ่เผชิญแรงขายจากความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้แม้ตลาดช่วงแรกอาจปรับตัวลงจากแรงกดดันดังกล่าว แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวบางส่วนในตลาดฟิวเจอร์สต่างประเทศ หลังนักลงทุนประเมินว่าปัจจัยลบอาจสะท้อนไปในราคาหุ้นบางส่วนแล้ว ขณะที่การปรับเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัส มีมติขยายการเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 190,000 บาร์เรล ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความกังวลด้านอุปทานได้บางส่วน และจำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในระยะถัดไป
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index วันนี้ ประเมินแนวรับแรกบริเวณ 1,565 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,560 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,575-1,580 จุด โดยมองว่าดัชนีมีโอกาสอ่อนตัวลงในช่วงแรก ก่อนฟื้นตัวได้บางส่วนระหว่างวัน
อย่างไรก็ตามหากมองภาพรวมทั้งสัปดาห์ ประเมินว่า SET Index มีแนวโน้มพักฐานในลักษณะแกว่งตัวลง “ไซด์เวย์ดาวน์” โดย Upside ค่อนข้างจำกัด จากแรงกดดันของหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจพักตัวตามกระแสหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ หลังปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า รวมถึงอาจมีแรงหมุนเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีไปยังกลุ่ม Defensive และ Value มากขึ้น
สำหรับหุ้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA มองว่าราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแรงตั้งแต่ต้นปี โดยเพิ่มขึ้นจากบริเวณราว 180 บาท มาอยู่เหนือระดับ 300 บาท ทำให้ Valuation ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งค่า P/E ย้อนหลังที่มากกว่า 100 เท่า และ Forward P/E ราว 80 เท่า ซึ่งถือว่าตึงตัวและแพงกว่าหุ้นแม่ที่ไต้หวันและสูงกว่าหุ้นเทคโนโลยีหลายตัวในต่างประเทศ
ดังนั้นแม้ราคาหุ้น DELTA จะเริ่มปรับฐานลงมา แต่ยังมองว่าระดับปัจจุบันค่อนข้างตึงตัว หากนักลงทุนต้องการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ควรรอให้ราคาปรับฐานลงมาแถว 320-300 บาทก่อน จึงจะเป็นจังหวะที่น่าสนใจมากขึ้น
ด้านกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะนำเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับขึ้น เช่น กลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รวมถึงกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี เช่น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP และบริษัท บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP
ขณะเดียวกันหากราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัวลงในระยะถัดไป หุ้นกลุ่มที่ถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมัน เช่น กลุ่มสายการบินและสนามบิน อาทิ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT อาจกลับมาน่าสนใจสำหรับการสะสม
ส่วนหุ้น Defensive ที่มีภูมิต้านทานต่อความผันผวนและแรงกดดันจากเงินเฟ้อ แนะนำกลุ่มสื่อสาร ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ,กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)หรือ CPAXT และกลุ่มโรงไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF