
“ดาวโจนส์” เด้ง 400 จุด รับน้ำมันร่วง-เก็งสงครามอิหร่านใกล้จบ
ดัชนีดาวโจนส์พุ่ง 400 จุด ขานรับราคาน้ำมันดิบโลกร่วง หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ส่งสัญญาณสหรัฐอาจบรรลุข้อตกลงยุติสงครามอิหร่านภายใน 2-3 วัน พร้อมจับตา CPI สหรัฐและประชุมเฟด 16-17 มิ.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 400 จุด ในวันนี้(9 มิ.ย.69) ขานรับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางความหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านมีแนวโน้มคลี่คลาย หลังสหรัฐส่งสัญญาณอาจบรรลุข้อตกลงยุติสงครามได้ภายในไม่กี่วัน โดย ณ เวลา 21:01 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์อยู่ที่ระดับ 51,273 จุด เพิ่มขึ้น 419.00 จุด หรือ 0.82%
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงในวันนี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐอาจบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในอิหร่านภายใน “สองหรือสามวัน” และจะมีการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที หลังจากมีข้อตกลงดังกล่าว
ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐและอิหร่านอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทำข้อตกลงที่ดีมาก ๆ ซึ่งจะไม่อนุญาตให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่ากรณีใด
ก่อนที่การปะทะกันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านจะคลี่คลายลงวานนี้ ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า การเจรจายังคงดำเนินต่อไป เว้นแต่จะถูกขัดขวางด้วยความไม่รู้หรือความโง่เขลา
เขายังกล่าวด้วยว่า สหรัฐจะยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป จนกว่าจะมีข้อตกลงสุดท้าย
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพุธ รวมทั้งการเปิดตัวซื้อขายหุ้นของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของนายอีลอน มัสก์ ในวันศุกร์
ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของ SpaceX จะเป็นหนึ่งในการทำ IPO ที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และอาจเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดของตลาดต่อกระแสการประเมินมูลค่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนพ.ค.ในวันพุธ
ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 3.8% ในเดือนเม.ย.เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 0.6% ในเดือนเม.ย.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนเม.ย.เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 0.4% ในเดือนเม.ย.
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อยู่ในช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 16-17 มิ.ย.
ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งแรกในการประชุมครั้งนี้ และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยนายวอร์ชจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนที่การประชุม FOMC จะเริ่มขึ้น และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม FOMC เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.0% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16-17 มิ.ย.
นอกจากนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค.

