
น้ำมัน “WTI-Brent” ร่วง หลังอิสราเอล-อิหร่านยุติโจมตี จับตาเจรจาสันติภาพ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับลดลง หลังตลาดมีมุมมองเชิงบวกต่อความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพอิสราเอล-อิหร่าน แม้ยังมีความเสี่ยงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยวันที่ 9 มิ.ย. 69 เวสต์เท็กซัสปิดที่ 88.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.10 ดอลลาร์ ขณะที่เบรนท์ปิดที่ 91.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.80 ดอลลาร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง หลังตลาดกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อความคืบหน้าของข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และเบรนท์ปรับตัวลดลง หลังจากทั้งสองประเทศยุติการโจมตีระหว่างกัน ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าการเจรจาสันติภาพมีความคืบหน้า และคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 วันข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้กรณีที่อิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์ทหารสหรัฐฯ ตกนอกชายฝั่งโอมาน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเสี่ยงใหม่ต่อกระบวนการสันติภาพ หลังรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่าจะไม่ปล่อยให้การโจมตีหรือการคุกคามใด ๆ ผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้
ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 อย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าดัชนี CPI จะปรับเพิ่มขึ้นจาก 3.8% ในเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 4.2% อันเป็นผลจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้ออาจส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)
นอกจากนี้ การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนยังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า การนำเข้าน้ำมันดิบในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 7.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงจาก 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก่อนหน้า และถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 สาเหตุหลักมาจากความต้องการใช้น้ำมันที่ชะลอตัวลง ภายหลังการดำเนินมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป รวมถึงการลดกำลังการผลิตของโรงกลั่นภายในประเทศ โดยนักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่องในระยะถัดไป

