
LH Fund เปิดกองทุนใหม่รับเมกะเทรนด์ AI ชูหุ้น “เซมิคอนดักเตอร์” โตแรง
บลจ.แลนแอนด์เฮาส์ (LH Fund) เปิดขาย IPO กองทุนเปิด แอล เอช เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์ (LHASIASEMICON) ระหว่างวันที่ 22-29 มิ.ย.69 จับธีม Semiconductor ในภูมิภาคเอเชียศูนย์กลางชิปโลก มองหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เอเชียยังมีมูลค่าน่าสนใจและแนวโน้มกำไรเติบโตสูง
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกกำลังเข้าสู่รอบขาขึ้น รอบใหม่ โดย World Semiconductor Trade Statistics (WSTS) ระบุว่ามูลค่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกในปี 2568 อยู่ที่ 772 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 22.5% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าจะแตะ 975 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 เติบโตถึง 26.3% นับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบหลายปี
โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกระแส Generative AI ที่เร่งความต้องการชิปประมวลผลขั้นสูง หน่วยความจำ High Bandwidth Memory (HBM) และ AI Accelerators อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนสร้าง AI Data Center ทั่วโลก ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียถือเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม โดยควบคุมกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์โลกถึง 75% ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการบรรจุภัณฑ์และทดสอบ ผ่าน 4 ขุมพลังหลัก
ได้แก่ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ขณะที่ Valuation ของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เอเชียยังน่าสนใจ ด้วย Forward P/E เฉลี่ยประมาณ 12.7 เท่า ต่ำกว่าคู่เทียบในสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) คาดเติบโตเฉลี่ยถึง 211% ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า สะท้อนโอกาสลงทุนในจังหวะที่คุ้มค่า ทั้งนี้ LH Fund ขอแนะนำกองทุนเปิด แอล เอช เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์ (LHASIASEMICON) โดยจะเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 22-29 มิ.ย. 2569
กองทุนฯมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ GLOBAL X ASIA SEMICONDUCTOR ETF (“กองทุนหลัก”) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV เน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี FactSet Asia Semiconductor Index (“ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งคัดเลือก 40 บริษัทที่มีรายได้หลักจากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์โดยตรง และเป็น “ผู้นำตลาด” (Market Leadership) โดยจำกัดน้ำหนักรายบริษัทไม่เกิน 10% และรายประเทศไม่เกิน 30% พร้อมปรับสมดุลพอร์ต (Rebalancing) ทุก 6 เดือน
ทั้งนี้ กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลังที่โดดเด่น โดยให้ผลตอบแทน 187.28% ในระยะ 1 ปี, 112.98% ในระยะ 6 เดือน, 100.95% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) และ 245.13% นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ 17 มิ.ย. 2569)

