
BLS ชี้ ศก.ไทย Q4 เริ่มฟื้น แนะสะสมแบงก์-เก็งกำไรโรงไฟฟ้า
บล.บัวหลวง (BLS) ประเมินเศรษฐกิจไทยแตะจุดต่ำสุดในไตรมาส 3/2569 ก่อนเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 ชี้กรอบดัชนีที่ 1,550-1,620 จุด พร้อมแนะกลยุทธ์ Sector Rotation ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคารและประกันที่จ่ายปันผลสูง ควบคู่เก็งกำไรหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) รับอานิสงส์ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งจาก Data Center และ AI ชู KTB, KBANK, SCB, TLI, GPSC, BGRIM และ GULF เด่นสุด
นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ปัจจัยพื้นฐาน ฝ่าย Wealth Research บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยระยะสั้นจะยังคงมีความผันผวน โดยคาดการณ์ว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ 1,550-1,620 จุด ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มธนาคารและประกัน ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งและมีความโดดเด่นในสภาวะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงและเศรษฐกิจชะลอตัว ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 6.1%, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK คาดการณ์ปันผลที่ 5.8%, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB คาดการณ์ปันผลที่ 7.4% และ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI คาดการณ์ปันผลที่ 5.3%
ขณะเดียวกัน ยังแนะนำให้เก็งกำไรหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากปัจจัยบวกด้านต้นทุนพลังงานที่เริ่มผ่อนคลายลง รวมถึงแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure) รวมถึงความคืบหน้าของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ และโครงการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ได้แก่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF
ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทนช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อสูงและการเติบโตที่ชะลอตัวลง โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะทำจุดต่ำสุดในไตรมาส 3/2569 เนื่องจากต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางจะเริ่มมีทิศทางที่คลี่คลายลงก็ตาม โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต การขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งเริ่มสะท้อนผ่านราคาสินค้าและบริการในหลายหมวดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามมองว่าเศรษฐกิจจะเริ่มทยอยฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 4/2569 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนของภาคเอกชน