“ฟินันเซีย ไซรัส” หั่นเป้ากำไร DELTA ไตรมาส 2 เหลือ 8.29 พันลบ. เซ่นวัตถุดิบตึงตัว

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับลดคาดการณ์กำไร DELTA ไตรมาส 2/69 เหลือ 8.29 พันล้านบาท หลังเผชิญปัญหาวัตถุดิบตึงตัวและต้นทุนสูงขึ้น กดดันการผลิตและอัตรากำไร แม้อุปสงค์สินค้า AI ยังแข็งแกร่ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์ว่า บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA โดยประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อาจอยู่ที่ 8.29 พันล้านบาท ลดลง 8.7% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 79.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิมที่เคยประเมินไว้ที่ 9.4 พันล้านบาท หรือคิดเป็นการปรับลดลงราว 11%

ปัจจัยกดดันหลักมาจากปัญหาวัตถุดิบตึงตัวที่มากกว่าคาด ทั้งในกลุ่ม Active และ Passive Components อาทิ MOSFET โดยสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทันต่อคำสั่งซื้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันลูกค้าบางส่วนเริ่มเผชิญปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน เช่น Memory จึงชะลอการรับสินค้าจาก DELTA

เบื้องต้นฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้รวมไตรมาส 2/2569 ของ DELTA อาจเติบโตเพียง 5.0% จากไตรมาสก่อน ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมของบริษัทที่คาดว่าจะเติบโต 10-15% จากไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้ดังกล่าวยังถือว่าเติบโตในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 44.9%

ขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มต่ำกว่าประมาณการเดิม โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 29.2% จากเดิมที่คาดไว้ 30.5% และลดลงจากระดับ 31.7% ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากทั้งปัญหาวัตถุดิบตึงตัว และราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น PCB, Metal และ Plastic Packaging

ทั้งนี้ แม้ปัจจัยบางส่วนได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม แต่ฝ่ายวิจัยมองว่าแรงกดดันหลักมาจากความต้องการสินค้าในกลุ่ม AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้เกิดการแข่งขันแย่งชิงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลก นอกจากนี้ DELTA ยังเริ่มเดินเครื่องโรงงานใหม่ 2 แห่ง ทำให้ต้องรับรู้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้เร่งตัวช้ากว่าคาด จึงกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม DELTA ยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 25-30% จากปีก่อน โดยคาดว่ารายได้ครึ่งแรกของปี 2569 จะเติบโต 52.6% พร้อมคงเป้าอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 30% เพิ่มขึ้นจาก 27.1% ในปี 2568 โดยบริษัทคาดว่าสถานการณ์วัตถุดิบจะเริ่มคลี่คลายในเดือนกรกฎาคม จากการกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองระมัดระวังต่อแนวโน้มดังกล่าว เนื่องจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและราคาชิ้นส่วนที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจยืดเยื้อนานกว่าคาด สอดคล้องกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่กระทบเป็นวงกว้างในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 3.82 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.1% จากปีก่อน มีความเสี่ยงด้านลบมากขึ้น โดยคาดว่ากำไรครึ่งแรกของปี 2569 จะคิดเป็น 45.4% ของประมาณการทั้งปี

Back to top button