“ฟินันเซีย ไซรัส” ชี้โครงการ WellEra ดันกำไร BDMS สู่ Wellness & Longevity เพิ่มมูลค่า 4%

“บล.ฟินันเซีย ไซรัส” ชี้ WellEra หนุนกำไร BDMS ชัดช่วงโอนปี 2573-2574 ก่อนเปลี่ยนสู่รายได้ประจำโรงแรม-รีเทล-คลินิกตั้งแต่ปี 2575 พร้อม Upside มูลค่าราว 4% ระยะยาว


บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า โครงการ WellEra ของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เป็นการต่อยอดธุรกิจไปสู่กลุ่ม Wellness และ Longevity นอกเหนือจากธุรกิจโรงพยาบาลซึ่งเป็นธุรกิจหลัก โดยเป็นโครงการมิกซ์ยูสมูลค่าประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย เวลเนสเรสซิเดนซ์ภายใต้แบรนด์ Capella, เวลเนสคลินิก, โรงแรมรูปแบบ Urban Wellness Retreat และไลฟ์สไตล์รีเทลมอลล์ บนที่ดินเช่าระยะยาว 13 ไร่ บริเวณหลังสวนลุมพินี

บริษัทมีแผนใช้ทั้งกระแสเงินสดภายในและเงินกู้เป็นแหล่งเงินทุน โดยคาดว่า Net D/E จะสูงสุดอยู่เพียง 0.2-0.3 เท่า และไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการจ่ายเงินปันผล ขณะที่โครงการไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำไรในช่วงปี 2569-2571และอาจสร้างแรงกดดันต่อกำไรเพียงเล็กน้อยในปี 2572 จากค่าเช่าที่ดินและค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินงานในปี 2573

แม้รายได้และกำไรในช่วงแรกจะได้รับแรงหนุนจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมเรสซิเดนซ์ แต่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ ซึ่งคิดเป็น 45% ของรายได้โครงการรวมในช่วงปี 2573-2577 จะกลายเป็นแหล่งสร้างกำไรหลักในระยะยาว โดยบริษัทคาดว่า EBITDA margin ของธุรกิจดังกล่าวจะอยู่ราว 20% เมื่อเข้าสู่ช่วงดำเนินงานเต็มที่ ขณะที่เรสซิเดนซ์จะสร้างรายได้อีก 55% ของโครงการ โดยคาดว่าการโอนส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงปี 2573-2574 ด้วยราคาขายเฉลี่ยราว 400,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับโครงการ branded residence แบบ leasehold ในทำเลใกล้เคียง

โครงการมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ต้องการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และเวลเนสระดับพรีเมียม โดย BDMS ตั้งเป้า Gross Profit Margin และ Net Profit Margin ของธุรกิจเรสซิเดนซ์ราว 35-39% และมากกว่า 15% ตามลำดับ

ภายใต้สมมติฐานของบล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่า WellEra อาจสร้างรายได้ราว 1.33 หมื่นล้านบาทในปี 2573 และ 1.07 หมื่นล้านบาทในปี 2574 จากการโอนเรสซิเดนซ์เป็นหลัก ขณะที่รายได้ประจำมีแนวโน้มเติบโตจาก 2.0 พันล้านบาทในปี 2573 เป็น 5.1 พันล้านบาทในปี 2577 โดยคาดว่าโครงการจะมีกำไรสุทธิราว 1.9 พันล้านบาทในปี 2573 และ 1.4 พันล้านบาทในปี 2574คิดเป็น upside ต่อประมาณการกำไรของ BDMS ที่ 8.3% และ 5.7% ตามลำดับ

ทั้งนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่คาดว่า WellEra จะช่วยผลักดันอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 5 ปี เพิ่มขึ้นได้อีกราว 1.0 จุดเปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2573-2577

โดยทางฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเบื้องต้นโดยใช้วิธี DCF (WACC 8.4% และ Terminal Growth 3%) คาดว่า WellEra อาจเพิ่มมูลค่าให้ BDMS ได้ราว 1.0 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น upside ต่อราคาเป้าหมายปัจจุบันราว 4% อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รวมโครงการดังกล่าวไว้ในประมาณการและมูลค่าพื้นฐานปัจจุบัน ทำให้ WellEra ยังเป็น upside ในระยะยาว ขณะที่ผลกระทบต่อมูลค่าในปัจจุบันยังจำกัดจากระยะเวลาที่ต้องรอจนกว่าโครงการจะเริ่มสร้างกำไรตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป

Back to top button