บล.เกียรตินาคินภัทร แนะ “ซื้อ” PTTEP มองพื้นฐานแกร่ง-ปันผลสูง

บล. เกียรตินาคินภัทร ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ PTTEP แม้ปรับลดราคาเป้าหมายและประมาณการกำไรตามสมมติฐานราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง โดยยังชูจุดแข็งด้านกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ฐานะการเงินมั่นคง การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระดับสูง พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” จากศักยภาพระยะยาวของธุรกิจพลังงาน


บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด หรือ KKPS ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ได้ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ลง 8.3% มาอยู่ที่ 155 บาทต่อหุ้น เพื่อสะท้อนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่ลดลงตามมุมมองของ BofA Global Research หลังสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มกลับมาเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ KKPS ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิหลังหักภาษี หรือ NPAT ของ PTTEP ในปี 2569 ลง 18% มาอยู่ที่ 78,200 ล้านบาท เทียบกับประมาณการของตลาดที่ 75,200 ล้านบาท โดยอิงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ 82 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากเดิมที่ 92.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ขณะที่ปี 2570 KKPS ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิหลังหักภาษีลง 16% มาอยู่ที่ 72,900 ล้านบาท เทียบกับประมาณการของตลาดที่ 69,300 ล้านบาท โดยใช้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากเดิมที่ 78.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบเบรนท์ระยะยาวจาก 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เหลือ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ให้สอดคล้องกับราคาซื้อขายล่วงหน้า หรือ Forward Curve ในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนแนวโน้มราคาน้ำมันระยะยาวบริเวณ 70-71 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม KKPS ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ PTTEP และจัดให้เป็นหนึ่งในหุ้นผู้นำกลุ่มพลังงาน จากจุดแข็งด้านการจัดสรรเงินลงทุนอย่างรอบคอบ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง

ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า แม้มีการปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันลง แต่ราคาน้ำมันดิบที่ใช้ในประมาณการยังอยู่สูงกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอยู่บริเวณ 64 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/2568 ประกอบกับ PTTEP ยังมีความสามารถในการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงคาดว่าบริษัทจะยังสร้างกระแสเงินสดอิสระได้แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ ฐานะการเงินที่มั่นคงจะช่วยสนับสนุนให้ PTTEP สามารถจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง หรือเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินสำหรับโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต ส่งผลให้ KKPS ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTTEP

สำหรับการปรับประมาณการดังกล่าว อ้างอิงจากมุมมองของ BofA Global Research ที่ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปี 2569 ลงเหลือ 82 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิม 93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังการลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ โดยคาดว่าตลาดน้ำมันจะยังอยู่ในภาวะขาดดุลราว 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2569

แม้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จะอยู่ที่ราว 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ BofA Global Research คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยตลาดน้ำมันยังมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 4/2569 เนื่องจากกระบวนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและอุปสรรคด้านการขนส่งน้ำมัน

ส่วนปี 2570 BofA Global Research ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลงเหลือ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิม 78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยประเมินว่าปริมาณน้ำมันจะกลับมาเกินดุลราว 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันในปีดังกล่าวยังมาจากโครงการที่ถูกยกเลิกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และความต้องการสะสมสต๊อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ราคาหุ้นปิดวันที่ 23 มิ.ย.69 อยู่ที่ระดับ 132.50 บาท ลบ 1.00 บาท หรือ 0.75% สูงสุดที่ระดับ 134.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 131.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,910.54 พันล้านบาท

Back to top button