“พบชัย” มอง SET ไซด์เวย์กรอบ 1,560-1,595 จุด แนะเก็งกำไรหุ้น Laggard-ปันผลสูง

“พบชัย ภัทราวิชญ์” จาก InnovestX มอง SET สัปดาห์นี้แกว่ง Sideways ถึง Sideways Down ในกรอบ 1,560-1,595 จุด เหตุตลาดยังขาดปัจจัยใหม่หนุน จับตาประชุมกนง. แรงกดดัน DELTA และโครงการ Thailand Fast Pass พร้อมแนะเก็งกำไรหุ้น Laggard และสะสมหุ้นปันผลสูง


นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (22 มิ.ย.69) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้คาดว่าดัชนี SET Index จะแกว่งตัวในกรอบ Sideways ถึง Sideways Down แม้อาจมีจังหวะรีบาวด์ระหว่างทาง แต่ภาพรวมยังมีแนวโน้มแกว่งซึมลง เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน

สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ช่วงกลางสัปดาห์ ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม โดยต้องติดตามมุมมองของคณะกรรมการต่อทิศทางเศรษฐกิจและดอกเบี้ย หลังธนาคารกลางหลายแห่งในภูมิภาค เช่น ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยต้องติดตามว่าประเทศไทยจะดำเนินการอย่างไร ท่ามกลางแนวโน้มที่ดอกเบี้ยอาจกลับมาเป็นขาขึ้นได้เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

ส่วนสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน แม้การเจรจาสันติภาพเริ่มมีความไม่ราบรื่นและถูกกดดันจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขู่โจมตีอิหร่านอีกครั้ง แต่ InnovestX มองว่าการเจรจายังสามารถเดินหน้าต่อได้ และมีโอกาสที่จะหาข้อตกลงร่วมกันได้ในท้ายที่สุด สะท้อนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นในช่วงแรก ก่อนย่อตัวลงหลังตลาดประเมินว่าการเจรจายังไม่สะดุดอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่อีกปัจจัยที่อาจกดดันดัชนี คือหุ้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เนื่องจากช่วงสิ้นไตรมาสนี้อาจมีการปรับน้ำหนักหุ้น DELTA ลงให้อยู่ภายใต้เกณฑ์ไม่เกิน 10% ของดัชนี SET50 และ SET100 หลังจากข้อมูล ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา น้ำหนักของ DELTA ยังอยู่สูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้กองทุน Passive ต้องลดน้ำหนักการถือครอง และอาจทำให้มีแรงขายล่วงหน้าจากกองทุน Active บางส่วน

ดังนั้น InnovestX ประเมินกรอบ SET Index สัปดาห์นี้ โดยให้กรอบล่างบริเวณ 1,565-1,560 จุด ส่วนกรอบบนอยู่ที่ 1,590-1,595 จุด ขณะที่ภาพรวมรายวันคาดว่าดัชนียังแกว่งตัวในกรอบ

สำหรับปัจจัยในประเทศ นายพบชัย ระบุว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก เนื่องจากเป็นการรื้อฟื้นกลไกหารือร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและต่อยอดจากการหารือกับบริษัทขนาดใหญ่ก่อนหน้านี้ โดยประเด็นหลักคาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอาจเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง นิคมอุตสาหกรรม ธนาคาร และกลุ่มไฟแนนซ์

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการเปิดโครงการ Thailand Fast Pass ในวันพรุ่งนี้(23มิ.ย.69) ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน และเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีมการลงทุนภาครัฐและเอกชน

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเน้นเก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากตลาดยังมีความผันผวน โดยกลุ่มแรกที่น่าสนใจคือหุ้นธีม Laggard play หรือหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดหลังสถานการณ์สงครามคลี่คลาย เช่น กลุ่มการแพทย์ BDMS และ BH, กลุ่มสายการบิน AAV และ BA, กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม MINT และ CENTEL รวมถึงกลุ่มเครื่องดื่ม CBG และ OSP

ขณะเดียวกัน สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวขึ้น แนะนำสะสมหุ้นปันผลสูง เพื่อรองรับฤดูกาลจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหลังการประกาศงบไตรมาส 2/2569

Back to top button