“สุวรรณภูมิ” แจงปมแอร์โฮสเตสซุกยา ย้ำระบบเอ็กซเรย์เน้นตรวจวัตถุระเบิด

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงกรณีแอร์โฮสเตสถูกจับกุมคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย ชี้สัมภาระผ่านระบบเอ็กซเรย์สายพาน ซึ่งเน้นตรวจหาวัตถุระเบิดเป็นหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยการบิน โชว์ผลงานนับตั้งแต่ต้นปี 68 รวบผู้กระทำผิดแล้ว 23 ราย ยึดยาเสพติดกว่า 211 กิโลกรัม


บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ระบุว่า กรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวลูกเรือสัญชาติไทยถูกเจ้าหน้าที่ประเทศออสเตรเลียควบคุมตัว ภายหลังตรวจพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระ โดยทาง AOT ได้ดำเนินการตรวจสอบพบว่า สัมภาระของลูกเรือคนดังกล่าวได้ผ่านการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ตรวจสัมภาระในระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออกแล้ว ซึ่งระบบแสดงผลการตรวจสอบว่า “ไม่พบวัตถุระเบิดและสารระเบิด” สัมภาระดังกล่าวจึงเข้าสู่กระบวนการลำเลียงขึ้นอากาศยานตามขั้นตอน

ทั้งนี้ ระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออกของท่าอากาศยาน เป็นระบบเอ็กซเรย์ตรวจจับวัตถุระเบิดอัตโนมัติ (Explosive Detection System : EDS) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับวัตถุระเบิดและสารระเบิดเป็นหลัก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันภัยคุกคามและการก่อวินาศกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา AOT ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มงวด ทั้งในส่วนของเที่ยวบินขาเข้าและขาออก โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), กรมศุลกากร, กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการสืบสวน ข่าวกรอง การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการคัดกรองผู้ต้องสงสัยอย่างเข้มข้น

สำหรับผลสัมฤทธิ์จากการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องนั้น พบว่านับตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดที่ลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดผิดกฎหมายได้รวมกว่า 23 ราย พร้อมยึดของกลางยาเสพติดได้รวมทั้งสิ้น 211 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม AOT ขอน้อมรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาศึกษาและพัฒนาการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางยกระดับมาตรการป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดผ่านท่าอากาศยานให้รัดกุมกว่าเดิม

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยานไทยให้เป็นที่เชื่อมั่นในระดับสากลต่อไป

Back to top button