KS ชี้ดีลหุ้น “TRUE” 7.1% อาจโอนผ่าน UBS ยังไร้เจ้าของจริง ไม่กระทบพื้นฐาน

KS ชี้ดีลหุ้น TRUE 7.1% สอดคล้องธุรกรรม UBS–CP Group อาจเป็นเพียงการโอนหุ้น ยังไม่พบผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริง พร้อมมอง Slightly Negative จากความไม่ชัดเจนอาจกดดันอุปทานหุ้น แต่ยังคงคำแนะนำ Outperform เป้า 16.77 บาท มองพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ซึ่งพบความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับหุ้นของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE โดยมีบุคคลทั่วไปชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นผู้ยื่นรายงานการได้มาหุ้นสามัญของบริษัท ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลในแบบรายงาน 246-2 ระบุว่า ก่อนการทำรายการ สุภาพร พิมพงษ์ ถือหุ้น TRUE ในสัดส่วน 3.8817% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ และเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ได้เข้าทำรายการได้มาหุ้นเพิ่มเติมอีก 3.2174% ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ UBS Group AG ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 7.0992% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

ทั้งนี้ รายงานระบุว่าราคาสูงสุดของการได้มาหุ้นในช่วง 90 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 14.70 บาทต่อหุ้น โดยหากประเมินจากจำนวนหุ้นที่ถือครองทั้งหมด จะคิดเป็นมูลค่ารายการทางบัญชีมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุว่า จากการคำนวณพบว่าสัดส่วนการถือหุ้น 7.1% และราคาหุ้น 14.70 บาทต่อหุ้น สอดคล้องกับธุรกรรมที่ UBS AG London Branch เข้าซื้อหุ้น TRUE จาก CP Group ก่อนหน้านี้ จึงมีความเป็นไปได้ว่าธุรกรรมดังกล่าวอาจเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการโอนหุ้นไปยังผู้ซื้อที่แท้จริง

นอกจากนี้ KS ระบุว่า มูลค่าหุ้นที่นางสุภาพรถือครองอยู่มีมูลค่าประมาณ 5.15 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงสำหรับนักลงทุนบุคคล ขณะที่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมจากทั้ง UBS หรือผู้ซื้อ ทำให้ยังไม่สามารถระบุผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Owner) ได้

สำหรับมุมมองของฝ่ายวิเคราะห์ KS ประเมินพัฒนาการดังกล่าวในเชิง Slightly Negative เนื่องจากความไม่ชัดเจนของธุรกรรมอาจสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนว่า หุ้น TRUE อาจทยอยกระจายไปยังผู้ลงทุนหลายรายในอนาคต ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านอุปทานของหุ้น

อย่างไรก็ตาม หากธุรกรรมดังกล่าวเป็นเพียงการปรับโครงสร้างการถือหุ้นภายใน หรือดำเนินการด้วยเหตุผลด้านกฎหมาย ภาษี หรือสิทธิรับเงินปันผล โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริง ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของ TRUE

ทั้งนี้ KS ยังคงคำแนะนำ “Outperform” สำหรับหุ้น TRUE โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 16.77 บาท แม้ว่าความไม่ชัดเจนของธุรกรรมอาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวของราคาจะเป็นโอกาสในการสะสม เนื่องจากการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งนี้ รวมถึงการคาดการณ์การออกจากการถือหุ้นของ China Mobile ไม่ได้เปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานของบริษัท และ CP Group กับ Arise ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์หลักของ TRUE

Back to top button