KTB มองบาทแกว่งไซด์เวย์ ชี้เงินเฟ้อไทย มิ.ย. จ่อชะลอตัว

Krungthai GLOBAL MARKETS คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.85-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่เงินเฟ้อไทยเดือนมิถุนายนมีแนวโน้มชะลอลงจากราคาพลังงานที่ลดลง พร้อมเตือนเงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางตามปัจจัยต่างประเทศและทิศทางนโยบายการเงินของ FED


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยในเดือนมิถุนายนมีแนวโน้มชะลอตัวลง หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทยอยคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยลดลงราว 5% จากเดือนก่อน คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) จะอยู่ที่ประมาณ 0.2% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) มีแนวโน้มทรงตัวในกรอบ 0.90-0.95% นอกจากนี้ บรรยากาศที่ผ่อนคลายลงของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังอาจช่วยสนับสนุนให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายนปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน

สำหรับทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.85-33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองว่าแรงกดดันต่อการอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มลดลงตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังนักลงทุนทยอยปรับลดความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งจะช่วยจำกัดการอ่อนค่าของเงินบาทบริเวณแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม แรงซื้อเงินดอลลาร์บริเวณระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ประกอบกับมุมมองของตลาดที่ยังรอความชัดเจนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ จะเป็นปัจจัยที่จำกัดการแข็งค่าของเงินบาทในระยะสั้น ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways เพื่อรอปัจจัยใหม่

ทั้งนี้ KTB ประเมินว่า ค่าเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-Way Risk) โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED หากตลาดปรับลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เงินบาทมีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้ แต่หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าคาด ก็อาจส่งผลให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าต่อได้ โดยประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ราว 60% อาจส่งผลให้เงินบาทเคลื่อนไหวได้ประมาณ 30 สตางค์

จากความผันผวนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังอยู่ในระดับสูง KTB แนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน ขณะที่ในมุมมองทางเทคนิค ค่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าในกรอบรายสัปดาห์ และจะเปลี่ยนเป็นทิศทางแข็งค่าได้ก็ต่อเมื่อสามารถแข็งค่าทะลุระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง

ส่วนทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways เช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด หรือบรรยากาศการลงทุนกลับเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) เงินดอลลาร์ก็มีโอกาสกลับมาแข็งค่าขึ้นได้อีกครั้ง

Back to top button