
“สุเชษฐ์” ชี้ SET ไซด์เวย์ ชูแบงก์เด่นรับงบ Q2 พ่วงเปิด 5 หุ้นเทคนิคสวย
“สุเชษฐ์ สุขแท้” มอง SET แกว่งตัวในกรอบ แนวรับ 1,600 จุด แนวต้าน 1,622-1,630 จุด พร้อมมอง PTG-SAPPE-BAM-MINT-ITC มีสัญญาณฟื้นทางเทคนิค ขณะที่กลุ่มแบงก์ยังโดดเด่นรับงบไตรมาส 2/69 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (7 ก.ค.69) ว่า ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยยังมีลักษณะแกว่งตัว โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,600 จุด และแนวต้านที่ 1,622-1,630 จุด ขณะที่ปริมาณการซื้อขายยังอยู่ในระดับที่ช่วยสนับสนุนภาพรวมตลาดได้
สำหรับหุ้นที่มีสัญญาณทางเทคนิคดีขึ้น ได้แก่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ราคาปิดวานนี้อยู่ที่ 7.65 บาท โดยให้แนวรับ 7.50 บาท และแนวต้าน 8.00-8.50 บาท
ตัวต่อไปบริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE มีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางที่เพิ่มขึ้น ราคาปิดวานนี้ที่ 33 บาท มีจุดรับอยู่ที่ 32 บาท และจุดต้านอยู่ที่ 35-36 บาท
ขณะที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว โดยราคาปิดวานนี้อยู่ที่ 6.95 บาท ให้แนวรับ 6.50 บาท และแนวต้าน 7.00-7.50 บาท
ด้านบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ราคาปิดวานนี้อยู่ที่ 24.80 บาท โดยให้แนวรับ 24.00 บาท และแนวต้าน 26.00 บาท
ส่วนบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เริ่มขยับตัวดีขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หลังราคาปิดวานนี้ที่ 16.90 บาท โดยให้แนวรับ 16.50 บาท และแนวต้าน 17.20 บาท
นายสุเชษฐ์กล่าวว่า ภาพรวมตลาดยังอยู่ในทิศทางที่ดี โดยราคาน้ำมันดิบทั้ง Brent และ WTI เริ่มปรับตัวขึ้น ซึ่งยังเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นกลุ่มพลังงานบางส่วน ขณะที่หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า อาทิ GPSC, GUNKUL และ BGRIM เริ่มมีสัญญาณการขยับตัวดีขึ้นเช่นกัน
ส่วนหุ้น DELTA แม้อาจได้รับผลกระทบบ้างจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเกาหลีใต้และไต้หวัน แต่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ราคาหุ้น DELTA มีลักษณะถอยรับและเคลื่อนไหวค่อนข้างนิ่ง แม้ปริมาณซื้อขายสูง สะท้อนว่ายังมีแรงรองรับอยู่ โดยมองแนวรับสำคัญบริเวณ 304 บาท
สำหรับกลุ่มธนาคาร นายสุเชษฐ์มองว่ายังเป็นกลุ่มที่โดดเด่นในระยะกลาง หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และยังมีโอกาสเดินหน้าต่อเมื่อทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 โดยเฉพาะหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ เช่น KBANK, KTB รวมถึง KKP ที่มีบทบาทรองรับการเติบโตของภาคธุรกิจและตลาดทุน
นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นสัญญาณบวกในกลุ่มไฟแนนซ์ โดยเฉพาะ BAM, SAWAD และ MTC ที่มีแนวโน้มได้รับความสนใจมากขึ้น หากทิศทางอัตราดอกเบี้ยเริ่มนิ่งและแรงซื้อกลับเข้าสู่หุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด
ทั้งนี้ นายสุเชษฐ์ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสไปต่อ หากกลุ่มธนาคาร ไฟแนนซ์ พลังงาน และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทยอยฟื้นตัว โดยหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าจับตาระยะใกล้ ได้แก่ KCE และ HANA ซึ่งเริ่มมีสัญญาณสนับสนุนเชิงบวกจากความต้องการชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยังอยู่ในระดับสูง