
GPSC ลุ้นกำไร Q2 แตะ 1.63 พันล้าน รับโรงไฟฟ้า GHECO-One ฟื้น โบรกชูเป้า 59 บาท
บล.กรุงศรีคาด GPSC มีกำไรปกติไตรมาส 2/69 แตะ 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% รับโรงไฟฟ้า GHECO-One เดินเครื่องเต็มไตรมาสและยอดขายไอน้ำโต ขณะที่โบรกยังคงแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้า 59 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC โดยคาดว่าไตรมาส 2/2569 บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1,730 ล้านบาท ลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในงบรวมและส่วนแบ่งกำไรรวมประมาณ 105 ล้านบาท คาดว่า GPSC จะมีกำไรปกติ 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 35% จากไตรมาสก่อน
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 15.1% หลังโรงไฟฟ้า GHECO-One กลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาส ประกอบกับปริมาณการจำหน่ายไอน้ำเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน ช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน ตามผลการดำเนินงานหลักของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี หรือ XPCL และโครงการพลังงานหมุนเวียน AEPL ที่ฟื้นตัว
หากผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เป็นไปตามคาด กำไรปกติจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 58% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปี สูงกว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งคิดเป็น 48% ของกำไรปกติทั้งปี
อย่างไรก็ตาม บล.กรุงศรีประเมินว่ากำไรปกติไตรมาส 3/2569 อาจลดลงมาอยู่ในกรอบ 1,100–1,200 ล้านบาท จากแนวโน้มต้นทุนก๊าซในระบบ หรือ Pool Gas ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 360–370 บาทต่อล้านบีทียู ตามประมาณการของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน แม้จะได้รับการชดเชยบางส่วนจากผลการดำเนินงานของ GHECO-One ที่ฟื้นตัว
ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักกับแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรในปี 2570 และโอกาสเติบโตจากกำลังการผลิตใหม่ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP26 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมต่อประมาณการ โดยคาดว่าร่างแผนดังกล่าวจะประกาศในเดือนสิงหาคม 2569
บล.กรุงศรีคงคำแนะนำ “ซื้อ” GPSC พร้อมราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 59 บาท อิงวิธีประเมินมูลค่าแบบรวมส่วนธุรกิจ หรือ SOTP และเลือกเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นกลุ่มโรงไฟฟ้า จากฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยคาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2569 อยู่ที่ 0.9 เท่า และมีวงเงินรองรับการลงทุนเพิ่มเติมอีกราว 200,000 ล้านบาท เพื่อรองรับโอกาสลงทุนจาก PDP26

