
TTB คาดเงินบาทสัปดาห์นี้แกว่ง 33.20-34.00 บ. จับตาศึกตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อสหรัฐ
TTB ประเมินค่าเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แนะนักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐฯ มาตรการภาษีนำเข้า 60 ประเทศ และการคาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยของเฟด
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ทิศทางความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะสั้นยังคงขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกา และการคาดการณ์นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งนับเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางค่าเงินในตลาดโลก โดยประเมินว่าค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.20-34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แม้จะเริ่มมีสัญญาณของความพยายามทางการทูตเพื่อฟื้นฟูการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ทว่าแนวโน้มการยุติความขัดแย้งยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ประกอบกับมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อขยายขอบเขตปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ตลาดยังต้องจับตาผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 301 (Section 301 Tariffs) ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้กับประเทศคู่ค้ารวม 60 ประเทศ ในอัตรา 10-12.5% เพื่อเป็นการรักษาฐานภาษีนำเข้าหลังจากมาตรการเดิมสิ้นสุดอายุลง อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังมีข้อยกเว้นสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น กลุ่มพลังงาน อาหาร และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางรายการ
ด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ล่าสุดพบว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (Composite PMI) ประจำเดือนกรกฎาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.6 จุด ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของภาคบริการ อย่างไรก็ดี ต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ได้ส่งผลให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
ส่วนความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา TTB ระบุว่า ค่าเงินบาทมีความผันผวนค่อนข้างมาก โดยในช่วงต้นสัปดาห์ได้อ่อนค่าทะลุระดับ 33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือน โดยได้รับแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนที่ปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) รวมถึงความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทได้กลับมาแข็งค่าขึ้นจากแรงขายทำกำไรและการปรับฐานของตลาด ส่งผลให้ค่าเงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 33.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง

