
“พลังงาน” รับมือน้ำมันโลก-LNG ผันผวน ใช้กองทุนฯ ตรึงราคา ลดภาระค่าครองชีพ
กระทรวงพลังงานเผยราคาน้ำมันเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7-8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน พร้อมใช้กองทุนน้ำมันฯ ลดค่าภาระครองชีพสูง ตรึงราคาขายปลีกและย้ำสำรองน้ำมันเพียงพอ 101 วัน
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงและโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังเผชิญความผันผวนในระดับสูง จากความไม่แน่นอนของการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความกังวลด้านอุปทานพลังงานทั่วโลก
กระทรวงพลังงานติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าราคาซื้อขายน้ำมันในเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนมิถุนายนเฉลี่ยประมาณ 7-8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10-12%
แม้ราคาขายปลีกน้ำมันในหลายประเทศเพื่อนบ้านจะปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางตลาดโลก แต่ประเทศไทยยังใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่กับการกำกับดูแลราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน
ด้านความมั่นคงทางพลังงาน ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรอง ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เพียงพอต่อการใช้งานภายในประเทศประมาณ 101 วัน
สำหรับราคาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการผลิตไฟฟ้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียูก่อนเกิดสงคราม มาอยู่ที่ประมาณ 18-20 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 60%
การปรับตัวขึ้นดังกล่าวเป็นผลจากตลาดประเมินความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจาก LNG เกือบ 20% ของอุปทานโลกต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงาน
นอกจากนี้ ราคาก๊าซ LNG ยังมีความเสี่ยงปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะใกล้ จากความต้องการใช้พลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว
นายวีรพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและ LNG ในตลาดโลกอย่างใกล้ชิดทุกวัน โดยในส่วนของน้ำมันจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับการกำกับดูแลราคา ณ โรงกลั่น เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกภายในประเทศให้เหมาะสม
ส่วนราคานำเข้า LNG ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและอัตราค่าไฟฟ้า กระทรวงพลังงานจะเร่งบริหารจัดการเชื้อเพลิง โดยเพิ่มการจัดหาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนระยะสั้น รับซื้อไฟฟ้าจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG ให้ได้มากที่สุด และบรรเทาผลกระทบที่อาจส่งผ่านมายังค่าไฟฟ้าของประชาชน
กระทรวงพลังงานยืนยันว่า พร้อมดำเนินมาตรการที่จำเป็นทุกด้าน เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลก

