
เทียบราคาน้ำมันอาเซียน! “ไทย” เกาะกลุ่มถูก “E20-B20” ติดอันดับ 2-3 ภูมิภาค
กระทรวงพลังงานเปิดราคาน้ำมัน 10 ชาติอาเซียน พบไทยเบนซิน E20 ถูกอันดับ 3 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร ดีเซล B20 ถูกอันดับ 2 ราคา 37.19 บาทต่อลิตร ขณะที่สิงคโปร์แพงสุดทั้งสองประเภท เบนซินแตะ 93.44 บาท ดีเซลพุ่ง 106.52 บาทต่อลิตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพลังงานเปิดเผยข้อมูลเปรียบเทียบราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุม 10 ประเทศ พบว่าประเทศไทยยังมีราคาน้ำมันอยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน E20 ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 35.69 บาทต่อลิตร จัดอยู่ในอันดับ 3 ของภูมิภาค เมื่อเรียงลำดับจากราคาต่ำสุด ขณะที่น้ำมันดีเซล B20 มีราคาอยู่ที่ 37.19 บาทต่อลิตร อยู่ในอันดับ 2 รองจากประเทศบรูไน สะท้อนความแตกต่างของระดับราคาพลังงานระหว่างประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดน้ำมันจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

สำหรับราคาน้ำมันเบนซินในภูมิภาคอาเซียน พบว่าประเทศบรูไนมีราคาจำหน่ายต่ำที่สุด อยู่ที่ 13.87 บาทต่อลิตร ตามด้วยเวียดนาม 34.66 บาทต่อลิตร และประเทศไทย ซึ่งมีราคาน้ำมันเบนซิน E20 อยู่ที่ 35.69 บาทต่อลิตร ขณะที่อินโดนีเซียมีราคาอยู่ที่ 35.98 บาทต่อลิตร มาเลเซีย 38.02 บาทต่อลิตร และประเทศไทยในประเภทเบนซิน E10 อยู่ที่ 41.44 บาทต่อลิตร ส่วนฟิลิปปินส์มีราคาอยู่ที่ 48.37 บาทต่อลิตร กัมพูชา 52.85 บาทต่อลิตร ลาว 64.83 บาทต่อลิตร และเมียนมา 77.60 บาทต่อลิตร
ด้านสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีราคาน้ำมันเบนซินสูงที่สุดในอาเซียน โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 93.44 บาทต่อลิตร หรือสูงกว่าราคาน้ำมันเบนซิน E20 ของประเทศไทยประมาณ 2.6 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของราคาขายปลีกน้ำมันระหว่างประเทศ แม้อยู่ภายในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งนี้ การเปรียบเทียบดังกล่าวต้องคำนึงถึงความแตกต่างของชนิดน้ำมัน รวมถึงโครงสร้างภาษีและมาตรการกำหนดราคาพลังงานของแต่ละประเทศด้วย
ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลพบว่า บรูไนยังคงเป็นประเทศที่มีราคาต่ำที่สุดในภูมิภาค อยู่ที่ 8.11 บาทต่อลิตร ตามด้วยประเทศไทยในประเภทดีเซล B20 ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 37.19 บาทต่อลิตร และเวียดนาม 39.17 บาทต่อลิตร ส่วนมาเลเซียมีราคาอยู่ที่ 42.55 บาทต่อลิตร ขณะที่ประเทศไทยในประเภทดีเซล B7 มีราคาอยู่ที่ 42.94 บาทต่อลิตร อินโดนีเซีย 44.53 บาทต่อลิตร กัมพูชา 45.83 บาทต่อลิตร ฟิลิปปินส์ 48.42 บาทต่อลิตร ลาว 50.57 บาทต่อลิตร และเมียนมา 71.76 บาทต่อลิตร
สำหรับสิงคโปร์ยังคงเป็นประเทศที่มีราคาน้ำมันดีเซลสูงที่สุดในกลุ่มอาเซียน โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 106.52 บาทต่อลิตร หรือสูงกว่าราคาดีเซล B20 ของประเทศไทยประมาณ 2.9 เท่า อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะน้ำมันดีเซล B7 ของประเทศไทย ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 42.94 บาทต่อลิตร จะอยู่ในอันดับ 5 ของรายการเปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซล โดยเรียงจากราคาต่ำสุดไปสูงสุด สะท้อนว่าประเภทของน้ำมันเชื้อเพลิงมีผลต่อการจัดอันดับราคาน้ำมันระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเปิดเผยข้อมูลอัตราการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันเมื่อเทียบกับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยพบว่าราคาน้ำมันในหลายประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันสูงกว่า 50% สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานที่เกิดขึ้นในภูมิภาค
เมื่อพิจารณาราคาน้ำมันเบนซิน พบว่าเมียนมามีอัตราการปรับเพิ่มขึ้นสูงที่สุดถึง 118.9% เมื่อเทียบกับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ตามด้วยมาเลเซียเพิ่มขึ้น 87.5% ลาว 72.0% ฟิลิปปินส์ 61.1% อินโดนีเซีย 55.3% กัมพูชา 51.8% และเวียดนาม 51.4% ขณะที่ประเทศไทยในประเภทเบนซิน E10 มีราคาปรับเพิ่มขึ้น 35.6% ส่วนสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 32.3% และบรูไนเพิ่มขึ้นเพียง 6.6% ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศที่นำมาเปรียบเทียบ
ส่วนราคาน้ำมันดีเซล พบว่าเมียนมายังคงมีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงที่สุด อยู่ที่ 95.3% ตามด้วยมาเลเซียเพิ่มขึ้น 78.3% ลาว 77.8% เวียดนาม 76.9% อินโดนีเซีย 76.6% สิงคโปร์ 63.3% กัมพูชา 55.9% และประเทศไทยในประเภทดีเซล B7 เพิ่มขึ้น 43.4% ขณะที่บรูไนมีราคาปรับเพิ่มขึ้นเพียง 6.6% ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ระบุอัตราการเปลี่ยนแปลงราคาของน้ำมันเบนซิน E20 และดีเซล B20 ของประเทศไทย จึงไม่สามารถนำมาสรุปอัตราการเพิ่มขึ้นของเชื้อเพลิงทั้งสองประเภทได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของราคาน้ำมันในแต่ละประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาพลังงานในตลาดโลกเพียงปัจจัยเดียว เนื่องจากแต่ละประเทศมีโครงสร้างภาษี มาตรการจัดเก็บเงินเข้ากองทุน และระบบอุดหนุนราคาพลังงานที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนส่งผลต่อราคาขายปลีกที่ประชาชนต้องจ่ายจริง ดังนั้น การเปรียบเทียบราคาน้ำมันระหว่างประเทศจึงจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยดังกล่าวประกอบ เพื่อให้สะท้อนภาพรวมของต้นทุนพลังงานได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานระบุว่า การคำนวณราคาน้ำมันในรูปเงินบาทใช้อัตราแลกเปลี่ยนกลาง ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ยกเว้นประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งใช้อัตราแลกเปลี่ยนในตลาดต่างประเทศ โดยข้อมูลดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อเปรียบเทียบระดับราคาขายปลีกน้ำมันของประเทศในภูมิภาคอาเซียนภายใต้ช่วงเวลาเดียวกัน
จากข้อมูลทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า แม้ราคาน้ำมันในหลายประเทศอาเซียนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่ประเทศไทยยังมีราคาน้ำมันเบนซิน E20 และดีเซล B20 อยู่ในกลุ่มราคาต่ำของภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ซึ่งมีราคาน้ำมันสูงที่สุดทั้งสองประเภท อย่างไรก็ดี ความแตกต่างของชนิดเชื้อเพลิง โครงสร้างภาษี และมาตรการอุดหนุนพลังงานของแต่ละประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กันในการประเมินระดับราคาน้ำมันและภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคในระยะต่อไป

