AMATA รุกโลจิสติกส์-อสังหาฯ เช่า ตุนแบ็กล็อก 1.84 หมื่นล้าน โบรกฯ ชูเป้า 35 บาท

AMATA ปั้นธุรกิจใหม่ผ่าน ADC รุกโรงงาน-คลังสินค้าให้เช่า คาดเห็นลูกค้ารายแรกครึ่งหลังปี 69 ขณะที่แบ็กล็อกที่ดิน 1.84 หมื่นล้านบาท หนุนยอดโอนและกำไรต่อเนื่อง ด้านบล.กสิกรไทยแนะ “ซื้อ” เป้า 35 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA มีแนวโน้มรักษาโมเมนตัมผลประกอบการในระดับสูง จากยอดขายรอโอน หรือ Backlog ของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก ประกอบกับการจัดตั้งธุรกิจใหม่เพื่อขยายฐานรายได้สู่ตลาดโลจิสติกส์และอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมให้เช่า

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 AMATA มีกำไรสุทธิ 1.58 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,032% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าประมาณการของ บล.กสิกรไทย จำนวน 38% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 40% โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งกว่าคาด รวมถึงรายการพิเศษก้อนใหญ่

AMATA ยังคงมั่นใจเป้าหมายยอดขายที่ดินในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ขณะที่ Backlog ของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.84 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการรับรู้รายได้ในระยะถัดไป ส่วนกำไรจากการขายเงินลงทุนที่อาจเกิดขึ้นถือเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อประมาณการกำไรปี 2569

นอกจากนี้ การเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่อย่างอมตะซิตี้ ชลบุรี 2 ตั้งแต่ไตรมาส 3/2568 ประกอบกับกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้มูลค่าการโอนที่ดินยังอยู่ในระดับสูง

บล.กสิกรไทย คาดว่ารายได้จากการขายที่ดินรายไตรมาสของ AMATA จะใกล้เคียงช่วง 2.2-2.9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่บริษัททำได้ในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา แม้สัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ในครึ่งหลังปี 2569 จะมีที่ดินในจังหวัดระยอง ซึ่งให้อัตรากำไรต่ำกว่าเพิ่มขึ้นก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยน Backlog เป็นรายได้อย่างต่อเนื่องยังมีโอกาสสร้างส่วนเพิ่มต่อประมาณการกำไรปี 2569 เนื่องจากกำไรในช่วงครึ่งปีแรกคิดเป็นสัดส่วน 73% ของประมาณการทั้งปีแล้ว เทียบกับปี 2568 ที่บริษัทรับรู้รายได้จากการขายที่ดินจำนวน 8.7 พันล้านบาท

ขณะเดียวกัน กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการ ASCLT 1 ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งบริษัทได้เปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อผลประกอบการ

สำหรับการสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ คณะกรรมการบริหารของ AMATA อนุมัติให้ บริษัท อมตะ ดิจิทัล ซิตี้ จำกัด หรือ ADC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ AMATA ถือหุ้น 100% เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท

ADC ดำเนินธุรกิจลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมให้เช่า ครอบคลุมโรงงานสำเร็จรูป คลังสินค้า และอาคารที่ก่อสร้างตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า หรือ Built-to-Suit โดย บล.กสิกรไทย มองว่า การขยายการลงทุนออกไปนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของ AMATA จะมีความชัดเจนมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

จากการพูดคุยกับผู้บริหาร ธุรกิจดังกล่าวจะเป็นฐานธุรกิจใหม่ของ AMATA เพื่อเจาะตลาดโลจิสติกส์ที่มีอัตราการขยายตัวสูง โดยแม้ในระยะแรกจะเน้นอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า แต่บริษัทยังให้ความสนใจขยายเข้าสู่ธุรกิจที่อยู่อาศัย รวมถึงเปิดรับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อร่วมพัฒนาธุรกิจใหม่ดังกล่าว โดยคาดว่าจะเห็นลูกค้ารายแรกในช่วงครึ่งหลังปี 2569

บล.กสิกรไทย ประเมินว่า ในระยะสั้น แนวโน้มยอดขายที่ดินที่เพิ่มขึ้นจากฐานลูกค้าและทำเลที่มีความหลากหลาย รวมถึงกำไรรายไตรมาสที่ทรงตัวในระดับสูง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนราคาหุ้น ขณะที่ระยะยาว ความคืบหน้าของธุรกิจใหม่จะช่วยเพิ่มมูลค่าและสนับสนุนราคาหุ้น

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น AMATA พร้อมราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 35 บาท อ้างอิงบทวิเคราะห์ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569

Back to top button