CKP ลุ้น Q3 พีคสุดปีนี้! รับไฮซีซั่นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2-XPCL โบรกชูเป้า 3.30 บาท

CGSI คาด CKP โชว์ผลงานไตรมาส 3/69 แข็งแกร่งที่สุดของปี รับไฮซีซันโรงไฟฟ้าพลังน้ำ NN2-XPCL พ่วงค่าเงินนิ่ง ต้นทุนการเงิน-ค่าซ่อมบำรุงลด พร้อมแนะ “ซื้อ” เป้า 3.30 บาท


ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP โดยคาดว่าไตรมาส 3/2569 จะเป็นไตรมาสที่บริษัทมีผลประกอบการแข็งแกร่งที่สุดของปีนี้

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากสภาพอุทกวิทยาที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้า หลังโรงไฟฟ้าพลังน้ำสำคัญ ได้แก่ โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) และโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) เข้าสู่ช่วงที่มีการผลิตกระแสไฟฟ้าสูงสุด โดยปริมาณน้ำไหลเข้าและระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำยังอยู่ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี ทำให้โรงไฟฟ้ามีแนวโน้มเดินเครื่องได้เต็มกำลัง

นอกเหนือจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น CGSI คาดว่าคุณภาพกำไรในไตรมาส 3/2569 จะปรับตัวดีขึ้นด้วย เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐมีเสถียรภาพมากกว่าไตรมาส 2/2569 ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนของ XPCL และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL) พร้อมสนับสนุนให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลักเติบโตจากไตรมาสก่อน

ขณะเดียวกัน ต้นทุนทางการเงินของ XPCL มีแนวโน้มลดลงภายหลังการรีไฟแนนซ์หนี้ ประกอบกับในไตรมาส 3/2569 ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงอุปกรณ์เหมือนที่บันทึกไว้ในช่วงครึ่งแรกของปี ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนของ CKP มีโอกาสเพิ่มขึ้น

ด้านโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น คาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงใหญ่ในไตรมาส 1/2569 ขณะที่การทยอยชำระคืนหนี้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย และชดเชยผลกระทบบางส่วนจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น หลัง CKP ออกหุ้นกู้มูลค่า 5,000 ล้านบาทในเดือนเมษายน 2569

นอกจากนี้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งจากลูกค้าอุตสาหกรรมจะช่วยสนับสนุนปริมาณจำหน่ายไฟฟ้า อำนาจในการกำหนดราคา และอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับแข็งแกร่ง แม้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งตอกย้ำมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569

สำหรับแนวโน้มระยะยาว CGSI มองว่า แผนการเติบโตของ CKP หลังปี 2573 มีความชัดเจนมากขึ้น โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1/2573 จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อกำไรในระยะถัดไป ขณะที่ผู้บริหารยังคงมองหาโอกาสลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งใหม่ใน สปป.ลาว

แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิดจนถึงปี 2570 แต่ CKP มีฐานะกระแสเงินสดและงบดุลแข็งแกร่ง ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการ LPCL ขณะเดียวกัน บริษัทมีแนวโน้มยกระดับคุณภาพกำไรจากโครงสร้างต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และความสามารถในการรองรับรายได้ที่เพิ่มขึ้นโดยมีต้นทุนส่วนเพิ่มในระดับต่ำ

ทั้งนี้ CGSI คงคำแนะนำ “ซื้อ” CKP และราคาเป้าหมาย 3.30 บาท ภายใต้สมมติฐานอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปราศจากความเสี่ยง 2.1% ส่วนชดเชยความเสี่ยงตลาด 6.9% และต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 5%

สำหรับความเสี่ยงด้านลบ ได้แก่ การพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหลัก และการแข่งขันจากโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่น ส่วนปัจจัยบวก ได้แก่ ปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่สูงกว่าคาด และโครงการใหม่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เร็วกว่าประมาณการ

Back to top button