CGSI มอง SET ฟื้นกรอบ 1,570-1,585 จุด รับเฟดผ่อนคลาย ชู DELTA-GULF เด่น

CGSI ประเมิน SET เช้านี้มีโอกาสรีบาวด์ หลัง “วอลเลอร์” ส่งสัญญาณหนุนเฟดคงดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อชะลอตัว หนุนตลาดหุ้นโลกพุ่งแรง แต่เตือนระวังแรงขายทำกำไรก่อนสหรัฐฯ เปิดตัวเลขจ้างงานคืนนี้ พร้อมชู DELTA-GULF หุ้นเด่น


บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (4 ก.ย.69) ว่า ดัชนี SET Index มีโอกาสปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,570-1,585 จุด หลังบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวแรง จากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ลดลง

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากถ้อยแถลงของ นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะผู้ว่าการเฟด ที่ระบุว่า จะสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หากข้อมูลเศรษฐกิจสะท้อนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น และกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

สะท้อนผ่านตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.69 โดย ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,686.11 จุด เพิ่มขึ้น 624.16 จุด หรือ 1.18% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,747.71 จุด เพิ่มขึ้น 81.11 จุด หรือ 1.06% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,584.06 จุด เพิ่มขึ้น 366.23 จุด หรือ 1.40%

อย่างไรก็ตาม CGSI แนะนำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังแรงขายทำกำไรในระยะสั้น ก่อนการเปิดเผยตัวเลข การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm Payrolls) ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด และสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินอีกครั้ง

ด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบยังเคลื่อนไหวผันผวนจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 0.29 ดอลลาร์ หรือ 0.32% ปิดที่ 91.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือน พ.ย. ลดลง 0.11 ดอลลาร์ หรือ 0.12% ปิดที่ 95.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ส่วนราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากมุมมองดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ผ่อนคลายลง โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 125.30 ดอลลาร์ หรือ 2.84% ปิดที่ 4,539.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน CGSI แนะนำ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA โดยคาดว่ารายได้ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะเร่งตัวขึ้นตามอัตรากำไรที่ทยอยฟื้นตัว แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบบางส่วน พร้อมคาดรายได้ไตรมาส 3/69 เติบโตประมาณ 15% จากไตรมาสก่อน โดยให้ระดับ Take Profit ที่ 253 บาท และ Stop Loss ที่ 240 บาท

ขณะเดียวกัน แนะนำ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจไฟฟ้าและ LNG รวมถึงการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงการ MTP3 LNG Terminal ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนกำไรในระยะยาว โดยให้ระดับ Take Profit ที่ 62.25 บาท และ Stop Loss ที่ 60.50 บาท

Back to top button