
GULF-THCOM ยันส่งมอบทรัพย์สิน “ดาวเทียม” ครบ ย้ำไร้ภาระจ่าย 1.25 พันล้าน
GULF-THCOM ชี้แจงกรณีสัมปทานดาวเทียม ยืนยันส่งมอบทรัพย์สินครบถ้วนตามสัญญา พร้อมระบุปัจจุบันยังไม่มีภาระผูกพันชำระเงินราว 1,250 ล้านบาท และพร้อมใช้สิทธิต่อสู้คดีหากเข้าสู่อนุญาโตตุลาการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ก.ย. 69) บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการทางกฎหมาย ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ โดยมีการระบุว่า THCOM อาจส่งมอบทรัพย์สินไม่ครบถ้วนภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน และอาจมีค่าปรับประมาณ 1,250 ล้านบาท
GULF ชี้แจงว่า บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH เดิมชื่อ บริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) และ THCOM เดิมชื่อ บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันเป็นคู่สัญญากับกระทรวงดิจิทัลฯ ภายใต้สัญญาสัมปทานเพื่อดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ โดย THCOM ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) กิจการดาวเทียมตามสัญญาสัมปทานในนามของ INTUCH
ต่อมา สัญญาสัมปทานดังกล่าวสิ้นสุดลงตามระยะเวลา 30 ปี โดย THCOM ได้ปฏิบัติตามสัญญาและส่งมอบทรัพย์สินภายใต้สัญญาสัมปทานคืนให้แก่กระทรวงดิจิทัลฯ ครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 64
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 68 บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการควบบริษัทกับ INTUCH เสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย และเกิดเป็นบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นนิติบุคคลใหม่ที่รับโอนทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของ INTUCH ทั้งหมดตามผลของกฎหมาย ส่งผลให้ GULF เข้าสวมสิทธิเป็นคู่สัญญาหรือคู่ความในกรณีพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานดังกล่าวแทน INTUCH
GULF ระบุว่า หากมีการเริ่มต้นกระบวนการอนุญาโตตุลาการ บริษัทจะใช้สิทธิในการต่อสู้คดีตามกรอบกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ออกหนังสือชี้แจง GULF ยืนยันว่า บริษัทยังไม่มีภาระผูกพันหรือหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการตามที่ปรากฏเป็นข่าว และยังไม่มีภาระผูกพันในการชำระเงินประมาณ 1,250 ล้านบาทให้แก่กระทรวงดิจิทัลฯ แต่อย่างใด หากมีความคืบหน้า บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้ถือหุ้นต่อไป
ด้าน THCOM ชี้แจงว่า สัญญาสัมปทานดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 64 และภายหลังสิ้นสุดสัญญา บริษัทได้ดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินให้แก่กระทรวงดิจิทัลฯ ครบถ้วนเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 64 ตามข้อกำหนดของสัญญาสัมปทาน
สำหรับทรัพย์สินที่กระทรวงดิจิทัลฯ เรียกร้องตามที่ปรากฏเป็นข่าว THCOM ระบุว่า บริษัทเคยเข้าชี้แจงต่อกระทรวงฯ เกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว และได้ยืนยันผ่านหนังสือชี้แจงมาโดยตลอดว่า ทรัพย์สินดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้ขอบเขตซึ่งบริษัทมีหน้าที่ต้องส่งมอบตามสัญญาสัมปทาน
นอกจากนี้ THCOM ยืนยันว่า ในส่วนของหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ปรากฏในข่าว บริษัทได้ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อกำหนดของสัญญาสัมปทานและตามกฎหมายอย่างครบถ้วนแล้ว
THCOM ระบุเพิ่มเติมว่า หากมีการเริ่มต้นกระบวนการอนุญาโตตุลาการ บริษัทจะใช้สิทธิในการต่อสู้คดีตามกรอบกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
ทั้งนี้ ณ วันที่ออกหนังสือชี้แจง THCOM ยังไม่มีภาระผูกพันหรือหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการตามที่ปรากฏเป็นข่าว และไม่มีภาระผูกพันในการชำระเงินประมาณ 1,250 ล้านบาทให้แก่กระทรวงดิจิทัลฯ โดยบริษัทจะพิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ และหากมีข้อมูลเพิ่มเติมที่มีนัยสำคัญ จะเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป
