
ASPS เปิด 5 หุ้นเด่น รับมือฮอร์มุซระอุ-เงินเฟ้อกดตลาดผันผวน
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) แนะกลยุทธ์ Selective Buy ชู 5 หุ้น-DR เด่น BE03, MICRON80, BANPU, PTT และ HANA รับอานิสงส์เทคโนโลยี AI และกลุ่มป้องกันความเสี่ยง หลังมองตลาดหุ้นโลกและไทยผันผวนสูง รับแรงกดดันจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อพุ่ง
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบ Selective Buy เน้นไปในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มที่เข้าคำนวณดัชนีสากล 2.กลุ่มเทคโนโลยีและชิปเซมิคอนดักเตอร์ระดับสูง 3.กลุ่มพลังงานทางเลือกและสินค้าโภคภัณฑ์ขั้นปฐมภูมิ 4. กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกของไทย ได้แก่ 1. BE03 รับจิตวิทยาเชิงบวกจากการเข้าคำนวณดัชนี S&P 500 และได้ประโยชน์จากความต้องการพลังงานสะอาดสำหรับ Data Center สหรัฐฯ
2.MICRON80 รับอานิสงส์ราคาชิปหน่วยความจำ (DRAM/NAND) ฟื้นตัว หลังการเปิดตัว GPT-6 Astra ของ OpenAI ช่วยกระตุ้นตลาดฮาร์ดแวร์ไอที, 3.บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ได้อานิสงส์จากราคาถ่านหินโลกฟื้นตัวรับความต้องการใช้พลังงานช่วงฤดูหนาว และเป็นหุ้นโภคภัณฑ์ที่เหมาะในการกระจายความเสี่ยง, 4.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT: หุ้นปลอดภัยขนาดใหญ่ที่มีปันผลสูงและราคา Laggard ตลาด ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลบภัยจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันขาขึ้น และ 5.บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA: รับแรงหนุนจากช่วงฤดูกาลส่งออกสูงสุดในไตรมาส 3 และ Sentiment เชิงบวกจากยอดขายของ Foxconn คู่ค้ารายใหญ่ที่เติบโตอย่างโดดเด่น
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่าทิศทางตลาดทุนโลกและไทยกำลังเผชิญความผันผวนสูงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซหลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ พร้อมส่งสัญญาณประกาศเขตจำกัดการเดินเรือเพิ่มเติม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งและเป็นตัวเร่งเงินเฟ้อรอบใหม่
ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งแกร่งจากการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นถึง 162,000 ตำแหน่ง หนุนโดยกลุ่ม Data Center และภาคการผลิตที่สูงสุดนับแต่ปี 2566 ปัจจัยนี้ทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะยืนสูงยาวนาน โดยคาดการณ์ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สัปดาห์นี้จะขยับแตะระดับ +5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทรงตัวระดับสูงที่ +3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อการกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)

