“พบชัย” ชี้ SET ไซด์เวย์ดาวน์ ก่อนรู้ผล กกต.-เฟด ชู 14 หุ้นเด่น พลังงาน-Defensive-Laggard

“พบชัย ภัทราวิชญ์” InnovestX มอง SET ต้นสัปดาห์แกว่งพักฐาน รอผล กกต.-ประชุมเฟด ก่อนลุ้นฟื้นช่วงครึ่งหลังสัปดาห์ แนะ Selective Buy 14 หุ้นเด่น กลุ่มพลังงาน-โรงกลั่น-เดินเรือ รับน้ำมันสูง พร้อม Defensive และ Laggard กำไรครึ่งปีหลังโต นำโดย PTT, PTTEP, BCP, TOP, SPRC, PSL, TTA, BCH, CHG, AP, MTC, TIDLOR, SAWAD และ HMPRO


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ก.ย.2569) นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวลงในลักษณะ Sideways Down หรือพักฐาน โดยปัจจัยกดดันยังมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยบวก สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดที่เปิดในแดนบวกยังเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย

ปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่กลับมาปรับตัวขึ้น หลังช่วงปลายสัปดาห์ก่อนราคาน้ำมันลดลงแรง ก่อนเกิดเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจนต้องปิดดำเนินการ ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมัน และผลักดันราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้น ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ โดยตลาดให้น้ำหนักเกือบ 90% ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สะท้อนว่าราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ ได้ตอบรับความเป็นไปได้ดังกล่าวไปค่อนข้างมากแล้ว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิจารณาของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงบ่ายวันนี้ โดย InnovestX ประเมินความเป็นไปได้ไว้ 3 กรณี ได้แก่ การส่งเรื่องทั้งหมดให้ศาลฎีกาพิจารณา การส่งเฉพาะบางรายที่มีหลักฐานชัดเจน และการไม่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกา

ทั้งนี้ InnovestX ให้น้ำหนักกับกรณีที่ กกต.อาจส่งเฉพาะบางรายเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งหากเป็นไปตามกรณีดังกล่าว ประเมินว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นจะไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากกระบวนการหลังจากนี้ยังต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวอาจสร้างความผันผวนต่อการลงทุนในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงหลังทราบมติ

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยตลอดสัปดาห์ InnovestX แบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดย ครึ่งแรกของสัปดาห์ตั้งแต่วันนี้ถึงวันพุธ คาดว่า SET จะอยู่ในลักษณะแกว่งซึมลง เนื่องจากนักลงทุนยังรอผลการประชุมเฟด และติดตามปัจจัยการเมืองภายในประเทศ

ส่วน ครึ่งหลังของสัปดาห์ตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันศุกร์ ตลาดมีโอกาสฟื้นตัว เนื่องจากตลาดได้สะท้อนความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปค่อนข้างมากแล้ว หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด อาจเกิดแรงกดดันเพียงช่วงสั้นก่อนดัชนีฟื้นกลับ ขณะที่หากเฟดสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคงอัตราดอกเบี้ย จะเป็นปัจจัยเพิ่มอัพไซด์และหนุนแรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาด

อย่างไรก็ตาม InnovestX ระบุว่า นอกจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยแล้ว นักลงทุนควรติดตาม Dot Plot อย่างใกล้ชิด โดยหาก Dot Plot ยังคงมุมมองใกล้เคียงเดิม เช่น ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงปลายปีนี้ และคงระดับดอกเบี้ยไว้ในปีหน้า คาดว่าตลาดจะไม่ได้ตอบรับในเชิงลบมากนัก เนื่องจากเป็นภาพที่นักลงทุนรับรู้ไปแล้วบางส่วน

แต่หาก Dot Plot ส่งสัญญาณ Hawkish มากกว่าที่ตลาดคาด เช่น สะท้อนโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้ง ตลาดอาจผ่อนคลายได้เพียงระยะสั้น ก่อนกลับมากังวลต่อทิศทางนโยบายการเงินอีกครั้งในการประชุมเฟดรอบถัดไปในเดือนตุลาคม ซึ่งอาจจำกัดการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงในระยะต่อไป

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน InnovestX แนะนำให้เน้น Selective Buy หรือเลือกซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน โรงกลั่น และเดินเรือ ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันและค่าระวางเรือที่ยังทรงตัวในระดับสูง ประกอบด้วย PTT, PTTEP, BCP, TOP, SPRC, PSL และ TTA

ขณะเดียวกัน สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยง แนะนำเลือกหุ้นกลุ่ม Defensive และ Laggard โดยเฉพาะ กลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งเข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 3 และได้รับผลกระทบจากประเด็นการเมืองค่อนข้างจำกัด ได้แก่ BCH และ CHG

นอกจากนี้ ยังแนะนำหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด แต่แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปีมีโอกาสเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ได้แก่ AP, MTC, TIDLOR, SAWAD และ HMPRO

Back to top button