
“บล.ดาโอ” แนะซื้อ KLINIQ เป้า 35 บ. ชี้กำไรปี 69 แตะ 476 ล้านบาท โต 31%
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ “ซื้อ” KLINIQ ราคาเป้าหมาย 35 บาท คาดกำไรปี 69 แตะ 476 ล้านบาท โต 31% รับรายได้ขยายตัว-SSSG โตต่อเนื่อง พร้อมมองธุรกิจ รพ.ศัลยกรรมเป็น Growth Driver ระยะยาว
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานของ บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ ว่า คาดกำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 อยู่ที่ 240-270 ล้านบาท เติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโตต่อเนื่อง อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ขยายตัว และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการเติบโตของรายได้ คาดว่าจะได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายเงินสด (Cash Sales) ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากการขยายสาขา โดยคาดว่าจะเปิดเพิ่ม 10 สาขาในไตรมาส 3/2569 และอีก 3 สาขาในไตรมาส 4/2569 รวมถึงยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เติบโตในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มเครื่องมือแพทย์และบริการใหม่ๆ เข้ามาในสาขาเดิม เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มมูลค่าการใช้บริการต่อครั้ง (Ticket Size) ขณะที่ GPM มีแนวโน้มขยายตัวจาก Product Mix ที่ดีขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านค่าใช้จ่าย คาดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) จะปรับตัวลดลง เนื่องจากบริษัทรับรู้ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดสาขา (Pre-opening Expense) สำหรับสาขาใหม่ส่วนใหญ่ไปแล้วในไตรมาส 2/2569 ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับแผนการลงทุนโรงพยาบาลศัลยกรรม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับรายละเอียดสัญญา โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ทันทีหลังจากสัญญาแล้วเสร็จ ซึ่งใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 18 เดือน เบื้องต้นบริษัทมีงบลงทุนประมาณ 192 ล้านบาท สำหรับงานตกแต่งและจัดหาเครื่องมือแพทย์
ทางฝ่ายวิจัยมองว่าธุรกิจ Surgery จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว (Long-term Growth Driver) โดยการเปิดโรงพยาบาลศัลยกรรมจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของ KLINIQ ในระยะยาว
โดยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 476 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ที่คาดว่าจะเติบโต 27% จากการขยายสาขาและ SSSG ที่ขยายตัว รวมถึง GPM ที่มีแนวโน้มดีขึ้นจาก Product Mix และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะที่บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 4,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน และตั้งเป้าอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ที่ 11% หากผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว จะเป็น Upside ต่อประมาณการของ DAOL
สำหรับปี 2570 DAOL คาด KLINIQ จะมีกำไรสุทธิ 578 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่คาดเติบโต 20% จากการขยายสาขาและ SSSG ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึง GPM ที่มีแนวโน้มขยายตัว
ด้านมูลค่าหุ้น DAOL ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 35.00 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 16 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียง -2.5 SD และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
โดยระบุว่า ปัจจัยที่ชื่นชอบ KLINIQ ได้แก่ อุตสาหกรรมความงามที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว เครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศและสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม รวมถึงจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนในระยะยาว
นอกจากนี้ มองว่าระดับ Valuation ของ KLINIQ ยังไม่สะท้อนการเติบโตของกำไรในช่วงขาขึ้น (Upcycle) ขณะที่ราคาหุ้นยังสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (ATH) ได้อย่างต่อเนื่อง

