
ทรราชพ่ายทั้งในและนอกบ้าน
เห็นเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยตอนทำสงครามอิหร่าน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมายอมรับผลเลือกตั้งมิดเทอมที่พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ยับเยิน
เห็นเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยตอนทำสงครามอิหร่าน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมายอมรับผลเลือกตั้งมิดเทอมที่พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ยับเยินว่า “สงครามคือสาเหตุที่เราพ่ายแพ้ ซึ่งท่านประธานาธิบดีก็กล่าวไว้เช่นนั้นเมื่อคืนที่ผ่านมา
ครับ โดนัล ทรัมป์ ก็ยอมรับเช่นกันในการให้สัมภาษณ์น.ส.พ.เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัลว่า สงครามในอิหร่านมีส่วนทำให้รีพับลิกันของเขาพ่ายแพ้เป็นวงกว้าง พร้อมกับเสริมว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยทางการเมืองที่สร้างความเสียหายให้แก่พรรคมากกว่าตัวสงครามเอง
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้แสดงความเสียใจในการเปิดฉากสงครามตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ บรรดาผู้นำชาติยุโรปแม้จะแสดงความยินดีต่อการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมืองครั้งนี้ แต่ก็ยังแสดงท่าทีระมัดระวังต่อผลการเลือกตั้ง และผู้นำบางส่วนยังวิตกกังวลว่า ทรัมป์อาจดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวกว่าเดิม
ตลาดหุ้นทั่วโลก อันเป็นสัญญาณแรกสะท้อนเศรษฐกิจ ก็เคลื่อนไหวสลับกันไปทั้งในแดนลบและแดนบวก อาทิ ตลาดหุ้นไทยในวันที่ 4 พ.ย. ช่วงเริ่มต้นตลาด แม้พอจะคาดการณ์ผลเลือกตั้งได้แล้ว แต่ดัชนีหลักทรัพย์ฯ ก็ยังปรับตัวลงถึง 20 จุด และมีแรงฟื้นตัวช่วงปลายตลาดมาปิดปรับตัว 11 จุดได้
ตลาดหุ้นไทยวันรุ่งขึ้น (6 พ.ย.) กลับมาปรับตัวลง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นโตเกียวโซล ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงและชาติอาเซียน เคลื่อนไหวในแดนบวก
ปฏิกิริยาชาวโลกแสดงความยินดีอย่างระมัดระวังในชัยชนะเด็ดขาดของพรรคเดโมแครตทั้งในสภาล่างและสภาบน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า “ทรัมป์ยังอยู่” เขายังอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีอีก 2 ปีตามวาระ อำนาจ “วีโต้” ก็ยังอยู่ในมือเขา รวมถึงการถอดถอนผู้นำหรือ Impeachment ก็มิอาจกระทำได้โดยง่าย
ระบบถ่วงและดุลอำนาจ (Check&Balance) ของสหรัฐอเมริกานั้น ค่อนข้างจะแข็งแรงมาก ประธานาธิบดีมีอำนาจ “วีโต้” ในการยับยั้งกฎหมายที่ผ่านมาจากรัฐสภาได้ แม้รัฐสภาสามารถจะล้างวีโต้ประธานาธิบดีได้ แต่ก็ต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 ของแต่ละสภา
ความยากก็อยู่ตรงนี้แหละ เพราะเสียง 2 ใน 3 ของสภาล่าง คือ 291 เสียง จากจำนวนเต็ม 435 ที่นั่ง ส่วน 2 ใน 3 ของสภาสูง ก็คือ 67 ที่นั่ง จากจำนวนเต็ม 100 ที่นั่ง อย่างไรเสีย จำนวนเสียงของเดโมแครดทั้ง 2 สภาก็ไม่ถึงเกณฑ์จะล้างวีโต้ของทรัมป์ได้ เขาถึงกับประกาศตัวจะเป็น “มิสเตอร์วีโต้” หลังจากนี้
สำหรับอำนาจการถอดถอนทรัมป์ มีขั้นตอนผ่อนคลายลงมาหน่อย แต่ก็ยังโหดอยู่ดี กล่าวคือ ใช้เสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร 100 เสียงในขั้นตอนแรก แล้วส่งผ่านมติถอดถอนไปยังสภาสูงในขั้นตอนที่ 2 ซึ่งต้องใช้มติสว.เสียงข้างมาก 2 ใน 3 จึงจะโค่นผู้นำลงได้
ในอดีต ทรัมป์ก็เคยถูกสภาล่างถอดถอนตอนรับตำแหน่งสมัยแรกถึง 2 ครั้งมาแล้ว แต่ไม่ผ่านสภาสูง ทรัมป์ถึงรอดชีวิตมาก่อความเดือดร้อนให้ชาวพลโลกถึงทุกวันนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะยังคงดำรงองอาจในตำแหน่งประธานาธิบดีอีกต่อไป แต่การใช้อำนาจของเขา ก็จะถูกจำกัดและควบคุมโดยรัฐสภามากขึ้น ไม่อาจจะทำอะไรตามอำเภอใจเช่นแต่ก่อน อาทิ การถูกควบคุมด้านงบประมาณ การแต่งตั้งรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูง ทูต ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลาง และผู้พิพากษาศาลสูง
อนาคตทรัมป์น่าจะต้องถูกสอบสวนโดยกรรมาธิการสภาชุดต่าง ๆ ทั้งในเรื่องความผิดพลาดด้านการบริหารงานและการทุจริต ที่เขาแสวงหาไม่หยุดตลอดการดำรงตำแหน่งที่ผ่านมา
คุณูปการใหญ่หลวงของการเมืองสลับขั้วคราวนี้ คือความคาดหวังในการดับไฟสงครามในอิหร่าน ที่ก่อวิกฤติด้านพลังงาน ค่าครองชีพ และเงินเฟ้อ แผ่ความทุกข์ยากเดือดร้อนไปทั่วโลก และการอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปอีก 2 ปี ทรัมป์ก็พร้อมจะจุดไฟสงครามในสมรภูมิแห่งอื่น ๆ ได้ตลอดเวลา
จากนี้ไป ยิ่งเขี้ยวเล็บทรราชสึกกร่อนเท่าใด ประชาคมชาวโลกก็มีสุขสงบสันติยิ่งขึ้นเท่านั้น