ถล่มหุ้นน้ำมัน..สาดหุ้นอิเล็กฯ

วันนี้อีฉันขอเปิดประเด็นด้วยสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดในระดับสีแดงอีกเช่นเคย เพราะบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้มันช่างหดหู่ห่อเหี่ยวเสียเหลือเกิน


วันนี้อีฉันขอเปิดประเด็นด้วยสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดในระดับสีแดงอีกเช่นเคย เพราะบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้มันช่างหดหู่ห่อเหี่ยวเสียเหลือเกิน มองไปทางไหนก็เจอแต่กระดานหุ้นสีแดงฉานแสบตา ทำเอาเหล่าบรรดานักโหนกระแสถึงกับต้องอุทานร้องเสียงหลงว่า เกิดอะไรขึ้นกับชีวิต! เพราะจู่ ๆ ดัชนีที่เคยทำท่าจะประคองอาการไม่ให้ทรุดลงกว่าเดิม ก็กลับโดนหมัดฮุกซ้ายขวาเข้าเต็มเปาเจ้าค่ะ

คิดดูแล้วกัน!..วันก่อนดัชนีทรุดลง 20 จุด แต่ในระหว่างวันตีขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกลับขึ้นมาบวก 11 จุด ขณะที่วานนี้ยืนปิดที่ระดับ 1,497.99 จุด ลบไป 4.10 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.69 หมื่นล้านบาท แบบนี้ “โมนิก้า” บอกได้คำเดียวว่า ไม่ได้เกิดจากโชคชะตาฟ้ากลั่นแกล้ง แต่เกิดจากฝีมือแม่ทัพใหญ่อย่างหุ้น “น้ำมัน” และหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่พร้อมใจกันโดนทุบหัวคว่ำ ร่วงลงมากองรวมกันโดยไม่ได้นัดหมายนั่นเอง!

เรื่องของเรื่องมันเริ่มมาจากฝั่งพี่ใหญ่น้ำมันอย่าง PTT กับ PTTEP รวมไปถึงบรรดาโรงกลั่นทั้งหลายที่เคยเป็นหัวเจาะพาดัชนีพุ่งชนต้านกระจายก่อนหน้านี้ถูกขายหนัก ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรุดตัวลงจากระดับ 105 เหรียญต่อบาร์เรล ลงมากองอยู่ที่บริเวณ 93 เหรียญต่อบาร์เรล และเมื่อย้อนหลังกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อนยืนอยู่ที่ระดับ 117 เหรียญต่อบาร์เรล ยิ่งกระตุ้นให้นักลงทุนสาดหุ้นทิ้งทันทีนะนายจ๋า

เนื่องจากนักลงทุนประเมินแล้วว่า ไตรมาส 4 หุ้นเหล่านี้น่าจะบันทึกขาดทุนสต๊อกน้ำมันเยอะพอสมควร ซึ่งจะฉุดให้กำไรลดลงอย่างฮวบฮาบ หรือบางรายอาจพลิกขาดทุนได้แบบนี้ ส่งผลให้นักลงทุนสถาบัน และนักเก็งกำไรพร้อมใจกันลดความเสี่ยงแบบไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรทั้งนั้น แถมสถานการณ์หลายอย่างไม่เป็นใจให้นักลงทุนเข้ามาช้อนหุ้น เพราะยังมีเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ยค้ำคอไงล่ะคะ

ส่วนฝั่งพี่ใหญ่อย่าง DELTA และเพื่อนพ้องน้องพี่ในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เคยลากดัชนีขึ้นสวรรค์ชนิดไม่เกรงใจใคร รอบนี้ก็โดนทุบสลบไม่แพ้กัน! ด้วยความที่ราคาหุ้นก่อนหน้านี้พุ่งทะยานวิ่งนำอนาคตไปไกลมาก และเล่นกันบน พีอีสูงลิ่วระดับทะลุท้องฟ้า พอมีกระแสข่าวเชิงลบเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมืองฝั่งสหรัฐฯ ที่อาจนำไปสู่มาตรการกำกับดูแลกลุ่มเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) นักลงทุนก็พร้อมใจกันโยนของทิ้งหนีตายกันวุ่นวายพะยะค่ะ 

พอพี่ใหญ่น้ำมันร่วงแรง พี่ใหญ่อิเล็กฯ ก็โดนทุบ ผลลัพธ์เลยลามเป็นโดมิโน และกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นหุ้น จนนักลงทุนหลายคนเริ่มตั้งคำถามกันมากขึ้นว่า แล้วอนาคตข้างหน้าของหุ้นน้ำมันจะเป็นอย่างไร?  อีฉันเลยขอประเมินตรงนี้ว่า หุ้นกลุ่มนี้เหมาะแค่ใช้เป็นเครื่องมือเล่นรอบ ใครที่มีของติดมืออยู่สูง ๆ หากมีจังหวะราคาน้ำมันเด้งขึ้นมา ก็ควรใช้โอกาสนั้นแบ่งขายลดพอร์ต และถอยออกมาตั้งหลักก่อนจะดีที่สุดค่ะ

ส่วนฝั่งหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้เมกะเทรนด์โลกอย่างเรื่อง AI, Data Center หรือ EV จะยังคงขยายตัว และไม่อาจปฏิเสธได้ว่าธุรกิจเขายังมีอนาคต และในมุมของ “โมนิก้า” มองว่าราคาหุ้นในระยะสั้นจำเป็นต้อง “พักฐาน” เพื่อทำให้ราคาหุ้นที่เคยร้อนแรงเกินไปให้อยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลเสียก่อน  และอย่าเพิ่งรีบเข้าไปรับขวานที่กำลังตกเป็นอันขาด เพราะเคยเห็นกันมาแล้วว่า ในช่วงที่หุ้นเหล่านี้ทรุดตัว มักมีลักษณะ “ลงแรง ลงเร็ว” นะจ๊ะ

สุดท้ายนี้  “โมนิก้า” อยากจะฝากเตือนสติบรรดาแฟนคลับทั้งหลายว่า การที่ตลาดหุ้นไทยถูกดึงลงด้วยหุ้นสองกลุ่มนี้ ไม่ใช่จุดจบของโลกการลงทุน แต่มันคือบททดสอบของคนที่มีหุ้นอยู่ในมือต้องกลับไปทบทวนดูให้ดีว่า หุ้นเป๋เพราะปัจจัยชั่วคราวหรือเปล่า?..ส่วนคนที่มีเงินสดในมือช่วงเวลาที่ตลาดตกใจ มันคือโอกาสทองในการเฟ้นหาของดีราคาถูกนะจะบอกให้

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button