BDMS รุกนวัตกรรมการแพทย์

เมื่อกลางเดือน ต.ค. 2569 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เพิ่งประกาศทุ่มเงิน 170 ล้านบาท เข้าลงทุนในบริษัท เจเนพูติก ไบโอ จำกัด (GNPT)


เมื่อกลางเดือน ต.ค. 2569 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เพิ่งประกาศทุ่มเงิน 170 ล้านบาท เข้าลงทุนในบริษัท เจเนพูติก ไบโอ จำกัด (GNPT) ดำเนินธุรกิจ วิจัย พัฒนา และผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) ผ่านบริษัทลูกที่ชื่อบริษัท รอยัลบางกอก เฮ็ลธ์แคร์ จำกัด (RBH) ด้วยการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งจะส่งผลให้ถือหุ้นใน GNPT เพิ่มจาก 19.9% เป็น 55% ยกสถานะขึ้นเป็นบริษัทย่อยของ BDMS ไปโดยปริยาย…

ก้าวข้ามมาเดือน พ.ย. 2569 ได้แค่ 3 วัน BDMS ก็ประกาศเข้าลงทุนเพิ่มในบริษัท แคริว่า (ประเทศไทย) จำกัด (Cariva) ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีสุขภาพ (Health Tech) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) ด้วยการส่งลูกคนเดิม “รอยัลบางกอก เฮ็ลธ์แคร์” จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนมูลค่า 100 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นใน Cariva เพิ่มจาก 15% เป็น 63.3% และมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ BDMS ไปอีกบริษัท…

อ้อ…Cariva ดั้งเดิมมีสถานะเป็นหลานของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ซึ่งถือหุ้นผ่านบริษัทลูกชื่อบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ จำกัด (ARV) สัดส่วน 85% แต่หลังจากการเพิ่มทุนไปแล้ว สัดส่วนการถือหุ้นของ “เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์” ใน Cariva จะลดลงเหลือ 36.7%

สงสัยจะไม่ใช่ทางของ PTTEP แหละ เลยลดสัดส่วนการถือหุ้นลง..!!

กลัมมาที่ BDMS…สองธุรกรรมนี้ บ่งบอกว่า BDMS กำลังรุกหนักการแพทย์นวัตกรรมเต็มสูบ..!!

โดย “เจเนพูติก ไบโอ” เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เซลล์และยีนบำบัด (Cell & Gene Therapy) และผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง และยังเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐาน GMP และเป็นบริษัทแรกในไทยที่ได้รับอนุมัติ CAR-T 19 จาก Thai FDA ในประเทศไทย 

ที่น่าสนใจเทคโนโลยี CAR-T 19 เป็นนวัตกรรมการรักษามะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัดขั้นสูง (Cellular Immunotherapy) ที่ใช้หลักการทางพันธุวิศวกรรมมา “ติดอาวุธ” ให้กับเม็ดเลือดขาวชนิด T-cell ของผู้ป่วยเอง เพื่อให้สามารถตรวจจับและทำลายเซลล์มะเร็งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ โดยจะใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดบีเซลล์

ขณะที่ “แคริว่า (ประเทศไทย)” จะเข้ามาช่วยเสริมขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีสุขภาพ โดยเฉพาะ Healthcare AI, Clinical Intelligence และ Digital Health และสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการทางการแพทย์และการดำเนินงานของโรงพยาบาล 

ผ่านนวัตกรรมและบริการหลัก ได้แก่ 1) MOR-ASR (Medical AI Scribe) ระบบ AI แปลงเสียงพูดของแพทย์และผู้ป่วยเป็นข้อความพร้อมสรุปเวชระเบียนแบบเรียลไทม์ (สำหรับผู้ป่วยนอก OPD, ผู้ป่วยใน IPD และบันทึกของพยาบาล) ช่วยลดเวลาการทำเอกสารลงได้มาก

2) Genomics (Helix Star) เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมแบบสายยาว (Long-Read Sequencing) สำหรับใช้คัดกรองแพ้ยา และวิเคราะห์โรคเฉพาะบุคคล 3) AI-Translators ระบบแปลภาษาทางการแพทย์แบบเรียลไทม์ 4) Medicart รถเข็นจ่ายยาอัจฉริยะ และ 5) ระบบจัดการข้อมูลสุขภาพ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีเครือข่ายข้อมูลสุขภาพและบล็อกเชนสำหรับการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพ

โอเค…แม้ผลการดำเนินงานของทั้ง 2 บริษัทยังติดลบอยู่ เนื่องจากอยู่ในช่วงของการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม แต่ถูกคาดหวังว่าตั้งแต่ปี 2570 จะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาแล้วนะ…

ดูแล้วในอนาคต ทั้ง 2 บริษัทน่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่ม BDMS ได้มากโขทีเดียว…

สองธุรกรรมนี้อาจเป็นดีลส่งท้ายปี 2569 แต่คงไม่ใช่ดีลสุดท้ายของ BDMS หรอก…หลังจากนี้น่าจะมีดีล M&Aให้เห็นอีก..?? เชื่อขนมกินได้เลย

ไม่แน่ตอนนี้ ก็อาจซุ่มทำดีล M&A อยู่ก็ได้…ใครจะไปรู้

…อิ อิ อิ…

Back to top button