BANPU รับอานิสงส์ BKV ปิดดีลก๊าซเท็กซัส เพิ่มฐานผลิต 6.6% โบรกชูเป้า 17 บาท

บล.เอเซีย พลัส มอง BKV ปิดดีลซื้อสินทรัพย์ก๊าซครบวงจรในเท็กซัส ช่วยเพิ่มฐานผลิต 6.6% พร้อมต่อยอดธุรกิจ CCS ระยะยาว แนะนำ “ซื้อ” BANPU ราคาเป้าหมาย 17 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า BKV ซึ่งดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐอเมริกา และมีบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ถือหุ้น 63.3% ประกาศปิดธุรกรรมเข้าซื้อสินทรัพย์ธุรกิจต้นน้ำ ธุรกิจกลางน้ำ และธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) แห่งใหม่ในแหล่งก๊าซธรรมชาติ Barnett Shale รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

การเข้าซื้อสินทรัพย์ครั้งนี้ใช้เงินสดของ BKV ร่วมกับเงินกู้ภายใต้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยมูลค่าธุรกรรม

สินทรัพย์ที่เข้าซื้อประกอบด้วยธุรกิจผลิตก๊าซธรรมชาติที่ดำเนินงานอยู่แล้ว มีกำลังการผลิตประมาณ 65 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน โดยมากกว่า 50% เป็นไฮโดรคาร์บอนเหลว ขณะที่ปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้วและอยู่ระหว่างการผลิต (PDP) อยู่ที่ประมาณ 0.35 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่า ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 117,000 เอเคอร์ และมีหลุมผลิตที่ดำเนินงานอยู่ราว 1,000 หลุม

นอกจากนี้ ยังมีสินทรัพย์ธุรกิจกลางน้ำ ได้แก่ โรงแปรสภาพก๊าซที่มีกำลังรองรับ 180 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ระบบท่อส่งก๊าซระยะทางประมาณ 340 ไมล์ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจัดการน้ำ รวมถึงโครงการ CCS ที่รองรับการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 100,000 ตันต่อปี พร้อมระบบท่อส่งคาร์บอนไดออกไซด์และบ่ออัดฉีดใต้ดินที่ดำเนินงานเอง

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ธุรกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรของ BKV และเพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกับสินทรัพย์เดิม เนื่องจากสินทรัพย์ที่เข้าซื้อครอบคลุมทั้งธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ และเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอนในแหล่ง Barnett Shale เดียวกัน จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและต่อยอดธุรกิจดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ในระยะยาว

เมื่อเปรียบเทียบกำลังการผลิตของสินทรัพย์ใหม่ที่ประมาณ 65 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน กับกำลังการผลิตก๊าซปัจจุบันของ BKV ที่ 978 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 6.6% ของฐานการผลิตเดิม ขณะที่ธุรกิจก๊าซในสหรัฐฯ มีสัดส่วนประมาณ 24% ของกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวมในปี 2568 จึงคาดว่าดีลดังกล่าวจะช่วยขยายฐานการเติบโตของธุรกิจก๊าซสหรัฐฯ ในระยะยาว

ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส มองว่าธุรกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์เพิ่มพอร์ตลงทุนในธุรกิจก๊าซของ BANPU อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยมูลค่าเงินลงทุน จึงยังไม่สามารถประเมินมูลค่าเพิ่มจากโครงการได้อย่างชัดเจน

ส่วนแนวโน้มธุรกิจก๊าซในระยะสั้นอาจยังไม่โดดเด่น เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติอ้างอิง Henry Hub ในไตรมาส 3/69 ถึงปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู ต่ำกว่าระดับ 4–5 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียูในช่วงต้นปี

บล.เอเซีย พลัส จึงคงมูลค่าเหมาะสมของ BANPU ที่ 17 บาทต่อหุ้น พร้อมแนะนำ “ทยอยสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว” เพื่อรับแนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งหลังปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรกตามปัจจัยฤดูกาล

Back to top button