
BANPU NEXT เจาะกลุ่มนิคมฯ รุกดาต้าเซ็นเตอร์-พลังงานสะอาด 300 MW ปี 73
BANPU NEXT รุกตลาดพลังงานสะอาด เจาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รองรับการลงทุน AI และ Data Center ในไทย ชูโซลาร์ผสานแบตเตอรี่ BESS เพิ่มเสถียรภาพไฟฟ้า ตั้งเป้ากำลังผลิตกว่า 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 พร้อมเจรจาโครงการใหม่และมองโอกาสลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
บริษัท บ้านปู เน็กซ์ เทค จำกัด (BANPU NEXT) ผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Solutions) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานสะอาดในประเทศไทย
โดยมุ่งเจาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และผู้ใช้พลังงานขนาดใหญ่ ผ่านการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตพลังงานสะอาดในประเทศไทยให้มากกว่า 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล
พร้อมกันนี้ บริษัทเดินหน้าพัฒนาโซลูชันด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการบริหารจัดการคาร์บอน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ควบคู่กับการลดต้นทุนดำเนินงานและสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน
ต่อยอดจากประสบการณ์ให้บริการโซลูชัน Net Zero แก่ลูกค้าธุรกิจและอุตสาหกรรม (Commercial & Industrial: C&I) ทั่วประเทศไทยแล้วกว่า 200 โครงการ ครอบคลุมระบบโซลาร์ ระบบกักเก็บพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และระบบบริหารจัดการยานพาหนะขนส่งเชิงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 100,000 ตันต่อปี
สำหรับการขยายธุรกิจดังกล่าว บริษัทนำประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีพลังงานและการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BESS มาต่อยอดให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม โดยมีโครงการสำคัญที่ดำเนินการแล้ว อาทิ ระบบโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ในนิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์ กรีน อินดัสเตรียลเอสเตท (Apex Green Industrial Estate) จังหวัดฉะเชิงเทรา ระบบโซลาร์บนหลังคาโครงการซัมเมอร์ ลาซาล (Summer Lasalle) และระบบโซลาร์บนหลังคาอาคารและลานจอดรถของไบเทคบุรี บางนา (BITEC BURI)
ล่าสุด บริษัทได้ติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Solar and BESS) ให้แก่โรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์ กรีน รับเบอร์ เอ็นเนอร์ยี่ (Green Rubber Energy) จังหวัดสมุทรปราการ โดยระบบแบตเตอรี่จะทำหน้าที่กักเก็บพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินจากระบบโซลาร์ เพื่อนำกลับมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ช่วยลดความผันผวนของกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ และเพิ่มเสถียรภาพในการจ่ายไฟฟ้าให้แก่กระบวนการผลิตของโรงงาน
นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สะท้อนศักยภาพของบ้านปู เน็กซ์ ในการพัฒนาโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของลูกค้าอุตสาหกรรมที่หลากหลาย
นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ เทค จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศไทยภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่มาใช้ เพื่อเสริมความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญความท้าทายจากมาตรการด้านการลดการปล่อยคาร์บอน ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศ ประกอบกับการขยายตัวของการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ในประเทศไทย ซึ่งมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมาก โดยเฉพาะไฟฟ้าที่มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ และมาจากแหล่งพลังงานสะอาด เพื่อรองรับแนวทางการพัฒนาศูนย์ข้อมูลสีเขียว (Green Data Center)
จากแนวโน้มดังกล่าว บ้านปู เน็กซ์ จึงมุ่งพัฒนาโซลูชันสำหรับลูกค้าธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ใช้พลังงานขนาดใหญ่ (Large-scale Energy Users) โดยเฉพาะการผสานระบบโซลาร์เข้ากับ BESS และบริการด้านพลังงานอื่นที่สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าแต่ละราย
ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจาหลายรูปแบบ ครอบคลุมทั้งระบบโซลาร์ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) และโซลูชันพลังงานอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าตามเป้าหมาย พร้อมสร้างโอกาสเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
นอกจากนี้ บ้านปู เน็กซ์ ยังมีความได้เปรียบจากการดำเนินธุรกิจพลังงานที่หลากหลายของกลุ่มบ้านปู ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน การซื้อขายพลังงาน ตลอดจนเทคโนโลยีและโซลูชันที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในหลายประเทศ
โดยกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) ซึ่งดำเนินงานภายใต้แบรนด์บ้านปู เน็กซ์ สามารถประสานศักยภาพกับกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนารูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงสำหรับ Data Center ขนาดใหญ่ ผ่านการใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าต่อเนื่องเป็นฐาน (Base Load Power Plants) ร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางนโยบาย Direct PPA ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบมาตรการที่ครอบคลุมกลุ่ม Data Center นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจที่มีความต้องการใช้พลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทางเลือกในการจัดหาพลังงานและส่งเสริมการแข่งขันในตลาดไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน การพัฒนาระบบพลังงานสะอาดที่มีความมั่นคงยังสอดรับกับแนวทางของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและยกระดับเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าการเข้าถึงพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพจะมีบทบาทสำคัญต่อการขยายโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมาตรฐานด้านความยั่งยืน
นอกจากนี้ บ้านปู เน็กซ์ ยังอยู่ระหว่างมองหาโอกาสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure) และเทคโนโลยีใหม่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศไทย โดยมุ่งต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านพลังงานและเทคโนโลยีของกลุ่มบ้านปู เพื่อสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจและสนับสนุนความต้องการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต

