
ASPS ลุ้นเศรษฐกิจไทยฟื้น แนะเก็บ 3 หุ้นเด่น CBG-BJC-BDMS
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ชี้บรรยากาศลงทุนฟื้นตัวรับ 3 สัญญาณบวกเศรษฐกิจไทย ทั้งฟิทช์เรทติ้งส์ปรับมุมมองน่าเชื่อถือเป็น "มีเสถียรภาพ" ลุ้นรัฐคลอด "ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2" วงเงิน 5 หมื่นล้าน และส่งออก ส.ค. จ่อขยายตัวทะยาน หนุนเม็ดเงินเกิด Sector Rotation ไหลเข้าหุ้น Domestic Laggard แนะสะสม CBG, BJC และ BDMS
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า ฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์การลงทุน โดยให้มุ่งเน้นหุ้นกลุ่ม Domestic Play ที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2569 จะออกมาโดดเด่นและระดับราคายังคงอยู่ในโซน Laggard ได้แก่ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG รับผลประโยชน์โดยตรงจากมาตรการรัฐ ดันยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังฟื้นตัวแรงรับไฮซีซั่น
รวมถึง บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รับอานิสงส์มาตรการกระตุ้นใช้จ่ายผ่านห้างบิ๊กซี โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหุ้นพุ่ง +9.09% สะท้อนแรงซื้อที่ชัดเจน และ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS หุ้นปลอดภัยพื้นฐานแกร่ง คาดกำไรปกติไตรมาส 4 จะเติบโตโดดเด่นตามการฟื้นตัวของคนไข้ต่างชาติและโรคตามฤดูกาล
สำหรับตลาดหุ้นไทยได้รับแรงขับเคลื่อนจาก 3 ปัจจัยหลักเชิงโครงสร้าง ได้แก่ 1. สถาบัน Fitch Ratings ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของไทยสู่ระดับ STABLE (มีเสถียรภาพ) บนเรทติ้ง BBB+ สอดคล้องกับ Moody’s และ S&P ช่วยรักษาเสถียรภาพต้นทุนการระดมทุนและหนุนเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทยในระยะยาว 2. รัฐบาลเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” (แจกเงิน 1,000 บาท ระยะเวลา 2 เดือน) ใช้วงเงินราว 50,000 ล้านบาท หลังเฟสแรกสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสูงถึง 1.61 แสนล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิ์กว่า 26 ล้านคน และร้านค้าเข้าร่วม 1.2 ล้านราย เป็นบวกโดยตรงต่อกลุ่มค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่ม และร้านอาหาร
และ 3. คาดการณ์ตัวเลขส่งออกไทยเดือนสิงหาคม 2569 ขยายตัวเร่งขึ้นสู่ระดับ +24.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (จากระดับ +21.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในเดือนกุมภาพันธ์) สอดคล้องกับไต้หวันและเกาหลีใต้ ซึ่งจะช่วยหนุน GDP ไทยอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากส่งออกคิดเป็น 60-70% ของ GDP ประเทศ
โดยจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์หมุนเวียนเม็ดเงิน (Sector Rotation) โดยนักลงทุนสลับขายทำกำไรหุ้นอิงเศรษฐกิจโลก (Global Play) เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, พลังงาน และปิโตรเคมี เพื่อย้ายเข้าสู่กลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play) ที่โดดเด่นและปรับตัวสวนตลาด ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (+2.99%), กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ REITs (+2.37%), บรรจุภัณฑ์ (+1.77%), ประกันภัย (+1.76%), การเงิน (+1.19%) และพาณิชย์ (+1.10%)

