
KCE ลุ้นกำไรปี 69 โต 95% รับวัฏจักร PCB ขาขึ้น-ธุรกิจสื่อสารหนุน โบรกชูเป้า 104 บาท
บล.เกียรตินาคินภัทร มอง KCE กำไรฟื้นตัวแรงตามวัฏจักร PCB และดีมานด์ยานยนต์ที่กลับมา พร้อมเปิดโอกาสเติบโตใหม่จากธุรกิจดาวเทียมสื่อสารและ Optical Communication หนุนกำไรปี 2570 สูงกว่าตลาดประเมินราว 69% พร้อมแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 104 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS เผยแพร่บทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 29 ก.ย.69 มีการวิเคราะห์หุ้น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE คงคำแนะนำ “ซื้อ” และกำหนดราคาเป้าหมายที่ 104 บาท จากราคาหุ้นอ้างอิง 67.75 บาท โดยประเมินว่าบริษัทกำลังเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ จากการฟื้นตัวของธุรกิจยานยนต์ ควบคู่กับโอกาสขยายสู่ธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูง
KKPS ประเมินราคาเป้าหมาย KCE บนสมมติฐานอัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ P/E ที่ 38.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตราว 0.75 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยมองว่าการให้มูลค่าพรีเมียมมีความเหมาะสม เนื่องจากโครงสร้างการเติบโตของกำไรเริ่มเปลี่ยนแปลง และบริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่ที่นอกเหนือจากธุรกิจยานยนต์
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่า กำไรปกติต่อหุ้น (Pre-exceptional EPS) ของ KCE จะเติบโตประมาณ 95% ในปี 2569 และ 110% ในปี 2570 ขณะที่ประมาณการกำไรปี 2570 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดราว 69% สะท้อนมุมมองเชิงบวกมากกว่าตลาดต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไร และโอกาสสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่
สำหรับแนวโน้มธุรกิจหลัก KKPS มองว่า KCE กำลังเข้าสู่ วัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB หลังจากช่วงที่ผ่านมา KCE ฟื้นตัวช้ากว่าผู้ประกอบการ PCB ในต่างประเทศ เนื่องจากความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในระดับอ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาดว่าดีมานด์ยานยนต์จะทยอยฟื้นตัว ขณะที่กำลังผลิต PCB ขั้นสูงที่เพิ่มขึ้น และภาวะตึงตัวของซัพพลาย PCB จากความต้องการในอุตสาหกรรม AI จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการ
นอกจากนี้ ธุรกิจ Communication ถูกมองเป็นหนึ่งในโอกาสการเติบโตสำคัญนอกเหนือจากตลาดยานยนต์ โดยเฉพาะการใช้งานในกลุ่ม ดาวเทียมวงโคจรต่ำ หรือ LEO Satellite ซึ่ง KKPS คาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจสื่อสารจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 16% ของรายได้ PCB ในปี 2570 และ 30% ในปี 2571 โดยรายได้ส่วนเพิ่มจะมาจากกำลังการผลิตของโรงงานใหม่
ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Optical Communication มีโอกาสกลายเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะถัดไป โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้ม China+1 และการขยายตัวของระบบนิเวศอุตสาหกรรม Optical ในประเทศไทย ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าธุรกิจสื่อสารอาจกลายเป็นเสาหลักการเติบโตใหม่ของ KCE ในอนาคต
ส่วนตลาด หุ่นยนต์ Humanoid KKPS ระบุว่าอาจเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในระยะยาว โดยอ้างข้อมูลจากฝ่ายบริหาร KCE ว่า บริษัทอยู่ระหว่างการหารือกับ Tesla เกี่ยวกับ PCB สำหรับหุ่นยนต์ Humanoid ปัจจุบันกระบวนการอยู่ในขั้นตอนการทดสอบและรับรองคุณสมบัติบางส่วน และยังอยู่ระหว่างรอการออกแบบขั้นสุดท้าย
บทวิเคราะห์ยังอ้างประมาณการของ Bank of America ที่คาดว่ามูลค่าตลาดหุ่นยนต์ Humanoid อาจเพิ่มขึ้นแตะประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 ขณะที่ยอดจัดส่งทั่วโลกมีโอกาสเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า จากประมาณ 290,000 ตัวในปี 2570 เป็น 1.2 ล้านตัวในปี 2573 ซึ่งหากอุตสาหกรรมเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง อาจสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ให้กับ KCE ในระยะยาว
ด้านประมาณการผลประกอบการ KKPS คาดว่า กำไรสุทธิส่วนของบริษัทหลังปรับรายการพิเศษ ของ KCE จะอยู่ที่ประมาณ 1,529 ล้านบาทในปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 883 ล้านบาทในปี 2568 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 3,212 ล้านบาทในปี 2570 และ 4,174 ล้านบาทในปี 2571 ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม KKPS ระบุความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความล่าช้าในการนำโครงการดาวเทียมเข้าสู่เชิงพาณิชย์ การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ที่ล่าช้ากว่าคาด การฟื้นตัวของอัตรากำไรที่ต่ำกว่าประมาณการ รวมถึงความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ

