
SUEN ลุยโรดโชว์ 5 เมืองใหญ่ ก่อนขาย IPO 196 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายธุรกิจวัสดุก่อสร้าง
SUEN เดินสายโรดโชว์ 5 เมืองใหญ่ ตั้งแต่ 27 ต.ค.–9 พ.ย.69 ก่อนเสนอขาย IPO จำนวน 196.24 ล้านหุ้น ชูธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจร กางแผนขยายโรงงานคอนกรีตเป็น 21 แห่ง เพิ่มสาขา We MAKE เป็น 16 แห่ง และ Riki Riki เป็น 20 แห่ง รับโอกาสเติบโตจาก EEC
บริษัท ซุน คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ SUEN เดินหน้าเตรียมความพร้อมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 196.24 ล้านหุ้น และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยร่วมกับบริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน จัดกิจกรรมโรดโชว์นำเสนอข้อมูลธุรกิจแก่นักลงทุนใน 5 เมืองเศรษฐกิจสำคัญ ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม–9 พฤศจิกายน 2569 เพื่อแสดงศักยภาพธุรกิจวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจร ตั้งแต่ธุรกิจเหมืองหินต้นน้ำ การผลิตคอนกรีต ไปจนถึงการจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับบ้าน
นายวิเศษศักดิ์ ระเบียบพนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุน คอร์ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทกำหนดแผนการเติบโตในช่วงปี 2569–2571 โดยมุ่งขยายศักยภาพทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจให้เชื่อมโยงกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อสร้างการเติบโตและยกระดับความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
สำหรับธุรกิจต้นน้ำ บริษัทดำเนินธุรกิจเหมืองหินแกรนิตผ่าน บริษัท ศิลาธารา จำกัด (ST) ซึ่ง SUEN ถือหุ้น 40.06% และมีสิทธิออกเสียง 75.01% โดยเหมืองตั้งอยู่ในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง มีประทานบัตรอายุ 30 ปี และมีปริมาณสำรองหินแกรนิตประมาณ 80.50 ล้านเมตริกตัน ซึ่งประเมินว่าสามารถรองรับการผลิตได้ถึงปี 2594 ทั้งนี้ บริษัทมีแผนลงทุนเครื่องจักรใหม่วงเงิน 145 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังการผลิต รองรับความต้องการจากธุรกิจภายในกลุ่มและลูกค้าภายนอก
ส่วนธุรกิจกลางน้ำ ครอบคลุมการผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จภายใต้แบรนด์ SC และผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ SC Precast ปัจจุบันมีโรงงานรวม 15 แห่ง ในจังหวัดระยองและชลบุรี โดยวางแผนขยายโรงงานรวมเป็น 21 แห่ง ผ่านการเพิ่มโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จจาก 14 แห่งเป็น 18 แห่ง ใช้เงินลงทุน 50 ล้านบาท และขยายโรงงานคอนกรีตสำเร็จรูปจาก 1 แห่งเป็น 3 แห่ง ใช้เงินลงทุน 40 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองโครงการมีแผนใช้เงินจากการระดมทุน IPO รวม 90 ล้านบาท
ด้านธุรกิจปลายน้ำ บริษัทดำเนินธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับบ้านผ่าน บริษัท วี โฮม โซลูชั่น จำกัด (WH) ซึ่ง SUEN ถือหุ้น 99.85% โดยมีศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างภายใต้แบรนด์ We MAKE จำนวน 8 สาขา และร้านสินค้าใช้ในบ้าน Riki Riki จำนวน 1 สาขา
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายสาขา We MAKE เป็น 16 แห่งภายในปี 2571 ใช้เงินลงทุน 120 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินจาก IPO จำนวน 100 ล้านบาท และเงินทุนของบริษัท 20 ล้านบาท ขณะที่ Riki Riki มีแผนเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 20 แห่งภายในปี 2570 ด้วยวงเงินลงทุน 100 ล้านบาทจากเงิน IPO เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายมากขึ้น
นายวิเศษศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือระหว่างธุรกิจ (Synergy) โดยใช้ความได้เปรียบจากการมีแหล่งวัตถุดิบต้นน้ำของตนเอง เชื่อมโยงการดำเนินงานไปยังธุรกิจคอนกรีตและเครือข่ายค้าปลีก ควบคู่กับการบริหารต้นทุน การวางแผนกำลังการผลิต และการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,933.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 133.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.54% และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 79.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.29% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเป็น 22.06% จาก 20.50% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า SUEN มีจุดแข็งจากรูปแบบธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญร่วมกัน อีกทั้งแต่ละธุรกิจยังมีฐานลูกค้าภายนอกที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มลูกค้าโครงการ โรงงานอุตสาหกรรม ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้รับเหมา และลูกค้ารายย่อย ช่วยกระจายแหล่งรายได้และลดการพึ่งพาลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ขณะเดียวกัน การขยายตัวของการลงทุนและกิจกรรมก่อสร้างในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดธุรกิจของ SUEN เนื่องจากบริษัทมีฐานการผลิตและเครือข่ายจำหน่ายในพื้นที่ภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม การเติบโตยังขึ้นอยู่กับทิศทางการลงทุน ภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงความสามารถในการดำเนินงานตามแผนธุรกิจ
สำหรับการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 196,240,000 หุ้น คิดเป็น 25.82% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย มูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท โดยมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กลุ่มบริการ หมวดธุรกิจพาณิชย์ พร้อมกำหนดนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองตามกฎหมาย
ทั้งนี้ บริษัทกำหนดจัดกิจกรรมโรดโชว์ใน 5 เมืองเศรษฐกิจสำคัญ เริ่มต้นวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่หาดใหญ่ ตามด้วยเชียงใหม่ วันที่ 29 ตุลาคม ขอนแก่น วันที่ 2 พฤศจิกายน ชลบุรี วันที่ 5 พฤศจิกายน และปิดท้ายที่กรุงเทพมหานคร ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้ข้อมูลธุรกิจและแผนการเติบโตแก่นักลงทุนก่อนการเสนอขายหุ้น IPO

