
โบรกแนะซื้อ LLY เคาะเป้า 1,557 เหรียญ หลังโกยรายได้ Q3 โตเฉียด 40%
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ "ซื้อ" หุ้น LLY เคาะราคาเป้าหมาย 1,557 ดอลลาร์สหรัฐ ชูศักยภาพผู้นำตลาดยา GLP-1 ที่แข็งแกร่ง หลังโชว์ผลงานไตรมาส 3/69 โตทะลัก กวาดรายได้ 2.44 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พุ่ง 39% รับแรงหนุนจากยอดขายยา Mounjaro และ Zepbound
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LHSEC ระบุว่า แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท อีไล ลิลลี่ แอนด์ คอมพานี หรือ LLY ที่ราคาเป้าหมาย 1,557 ดอลลาร์สหรัฐ อ้างอิงจากคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 2570 ที่ 48.17 ดอลลาร์สหรัฐ และ Blended Forward PER ที่ 32.33 เท่า อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1. ราคาที่ลดลง 2. ผลข้อมูลการทดลองระยะที่ 2 เชิงบวกของ บริษัท แอมเจน หรือ AMGN ซึ่งอาจทำให้เกิดผู้เล่นรายที่ 3 ในตลาด GLP-1 และ 3. ความเสี่ยงด้านนโยบายและกฎระเบียบ
ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทมีรายได้ 2.44 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 8.3% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ที่ 84.4% ขณะที่กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) อยู่ที่ 7.48 ดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดีกว่าคาดการณ์ถึง 33.8% ปัจจัยหนุนหลักมาจากผลิตภัณฑ์ยาลดน้ำหนักและเบาหวานที่เติบโตอย่างร้อนแรง โดยยา Mounjaro เติบโต 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยา Zepbound เติบโต 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวลดลง 7% แต่ปริมาณการขาย (Volume) กลับเพิ่มขึ้นถึง 41% ซึ่งการเติบโตที่แข็งแกร่งนี้เกิดจากปริมาณขายที่มากพอจะชดเชยราคาเฉลี่ยที่ลดลงได้ นอกจากนี้ โครงการ Medicare GLP-1 Bridge ยังช่วยเพิ่มผู้ป่วยใหม่จำนวนมาก โดยสัดส่วนผู้เริ่มใช้ยากลุ่ม Incretin ใหม่มีประมาณ 80% ขณะเดียวกัน บริษัทยังคาดว่าจะเปิดตัวยาลดน้ำหนักชนิดรับประทาน Foundayo ในตลาดหลักทั่วโลกได้ในปี 2570 โดยช่วงแรกจะเน้นกลุ่มผู้จ่ายเงินเองและการควบคุมน้ำหนัก
จากแนวโน้มธุรกิจที่ดีขึ้น LLY ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการดำเนินงาน (Guidance) สำหรับปี 2569 โดยคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 9.1-9.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 8.5-8.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และปรับเพิ่มอัตรากำไร (Non-GAAP performance margin) เป็น 52.0-52.5% จากเดิม 49.0-50.5% อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับลดคาดการณ์ Adjusted EPS ลงมาอยู่ที่ 35.00-36.00 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากมีการหักค่าใช้จ่าย Acquired IPR&D ในไตรมาส 3/2569
ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Pipeline) กลุ่มโรคอ้วนและเบาหวานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยยา Retatrutide ระยะที่ 3 (Phase 3) แสดงผลการลดน้ำหนักที่มากกว่ายา Ozempic 2.0 mg ของ บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ หรือ NOVO ถึงกว่าสองเท่าในการทดลองที่ 80 สัปดาห์

