
IVL ลุ้นกำไร Q3 แตะ 3.2 พันล้าน รับ PET Spread ฟื้น โบรกอัพเป้าใหม่ 29 บาท
บล.หยวนต้า คาด IVL กำไรสุทธิไตรมาส 3/69 แตะ 3.2 พันล้านบาท แม้ลดลง 46% QoQ แต่ฟื้นตัว YoY รับปัจจัยพื้นฐานทยอยดีขึ้น ขณะที่ PET Spread เดือนตุลาคมปรับเพิ่มเป็น 130 ดอลลาร์ต่อตัน ช่วยลดแรงกดดันปลายปี พร้อมปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” และเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 29 บาท
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ผู้ประกอบธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรระดับโลก มีแนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้กำไรไตรมาส 3/2569 จะชะลอตัวจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาลและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ PET ที่อ่อนตัว ขณะที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ในเดือนตุลาคมเริ่มปรับตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนแนวโน้มผลประกอบการในระยะถัดไป
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ว่า คาดการณ์ IVL จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จำนวน 3,200 ล้านบาท ลดลง 46% จากไตรมาสก่อน (QoQ) แต่ยังฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีแรงกดดันสำคัญจากการสิ้นสุดช่วงฤดูกาลขายสูงสุด (High Season) ของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ PET ซึ่งส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ PET แบบครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย (Asia Integrated PET Spread) ไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 176 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ลดลง 37% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากกำลังการผลิตที่กลับมาเดินเครื่องหลังปิดซ่อมบำรุงในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับอุปสงค์ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติหลังผ่านช่วงฤดูกาลสูงสุด
อย่างไรก็ตาม หยวนต้าประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ยังสะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการฟื้นตัวของผลประกอบการจากธุรกิจ PET รวมถึงการดำเนินงานของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โมโนเอทิลีนไกลคอล (MEG Spread) อยู่ที่ 542 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 11% QoQ และ 37% YoY ส่วนผลิตภัณฑ์เมทิลเทอร์เชียรีบิวทิลอีเทอร์ (MTBE Spread) อยู่ที่ 566 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ลดลง 3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 74% YoY สะท้อนว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์บางประเภทยังอยู่ในระดับสูงและช่วยประคองผลประกอบการของบริษัท
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 หยวนต้าคาดว่ากำไรสุทธิจะชะลอตัวจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล เนื่องจากเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการผลิตภัณฑ์ PET อยู่ในระดับต่ำ (Low Season) อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเพิ่มขึ้นของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ PET ในเดือนตุลาคมมีแนวโน้มช่วยลดแรงกดดันดังกล่าวได้บางส่วน
โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า PET Spread เดือนตุลาคมปรับเพิ่มขึ้นเป็น 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน จากระดับ 94 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในไตรมาส 3/2569 และ 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในไตรมาส 4/2568 จึงเป็นปัจจัยที่อาจช่วยสนับสนุนผลประกอบการในช่วงปลายปี
นอกจากนี้ หยวนต้ายังคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/2569 จะสามารถเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ผลประกอบการรายไตรมาสยังเผชิญแรงกดดันจากฤดูกาลก็ตาม
บล.หยวนต้าปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ IVL เป็น 7,475 ล้านบาท หรือประมาณ 7.5 พันล้านบาท หลังประเมินแนวโน้มผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกของปีว่าฟื้นตัวได้ดีกว่าสมมติฐานเดิม โดยเฉพาะผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ที่อยู่ในระดับสูง และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ PET เดือนตุลาคมที่ปรับตัวดีขึ้นกว่าคาด
สำหรับปี 2570 คาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 8,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณการปี 2569 สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องของธุรกิจ แม้ว่าภาวะอุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรม PET ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
บล.หยวนต้ามองว่า อุปทานส่วนเกินของอุตสาหกรรม PET มีแนวโน้มทยอยเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้นในช่วงปี 2569–2571 เนื่องจากอัตราการเติบโตของกำลังการผลิตคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1% ต่อปี ต่ำกว่าช่วงปี 2563–2568 ที่กำลังการผลิตเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ยังมีแนวโน้มขยายตัวประมาณ 4–5% ต่อปี
ปัจจัยดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันจากภาวะอุปทานส่วนเกิน และสนับสนุนการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ในระยะกลางถึงระยะยาว
นอกจากแนวโน้มอุตสาหกรรมที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว IVL ยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งการปรับลดต้นทุนคงที่ การปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ การปรับลดภาระหนี้สิน และการดำเนินกลยุทธ์ Local-to-Local เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าให้มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพดังกล่าวช่วยสนับสนุนกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นแตะระดับ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2571
บล.หยวนต้าระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา ราคาหุ้น IVL ปรับตัวลดลงประมาณ 7% สอดคล้องกับทิศทางหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น หลังตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับมาตรการปรับโครงสร้างราคาพลังงานของภาครัฐ โดยหุ้น PTTGC ปรับตัวลดลงประมาณ 14% และ IRPC ลดลงประมาณ 9%
อย่างไรก็ตาม บล.หยวนต้าประเมินว่า IVL ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากประเด็นดังกล่าว เนื่องจากบริษัทไม่มีสัดส่วนธุรกิจโรงกลั่น ขณะที่ผลประกอบการส่วนใหญ่เกิดจากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
ดังนั้น การปรับตัวลดลงของราคาหุ้นตามแรงขายในกลุ่มอุตสาหกรรมจึงไม่ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ และอาจเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว
จากปัจจัยดังกล่าว บล.หยวนต้าปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนหุ้น IVL เป็น “ซื้อ” จากเดิมที่ไม่ได้แนะนำซื้อ พร้อมปรับเพิ่มราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570 เป็น 29 บาทต่อหุ้น จากเดิม 27.50 บาท โดยอ้างอิงอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ที่ 1.4 เท่า ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี
ราคาเป้าหมายใหม่คิดเป็นโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น (Upside) ประมาณ 13.7% เมื่อเทียบกับราคาปิดวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ 25.50 บาท และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2570 ประมาณ 3%
ทั้งนี้ บล.หยวนต้ามองว่าปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้นในระยะถัดไป ได้แก่ แนวโน้มผลประกอบการช่วงไตรมาส 3/2569 ถึงไตรมาส 1/2570 ที่คาดว่าจะฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ PET ในเดือนตุลาคมที่เร่งตัวขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับเดือนก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทมีกำหนดประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569

