TRUE กำไร Q3 โต 324% แตะ 6.67 พันล้าน เคาะปันผล 0.16 บาท จ่อขึ้น XD 13 พ.ย.นี้

TRUE โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 3/69 แตะ 6,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 324.06% จากปีก่อน รับแรงหนุนธุรกิจมือถือ–ออนไลน์เติบโต และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 0.16 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 13 พ.ย. และจ่ายเงิน 1 ธ.ค.นี้


บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 6,670.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 324.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,572.90 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัททำกำไรสุทธิสูงสุดนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ และมีกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 19,812.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 278.26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,237.93 ล้านบาท สะท้อนผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นจากการดำเนินธุรกิจหลักและการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ TRUE มีรายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) ในไตรมาส 3/2569 จำนวน 41,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.6% จากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ แม้รายได้จากธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (Pay TV) จะปรับตัวลดลง

หากปรับผลกระทบจากรายได้การให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศที่ลดลง และปัจจัยฤดูกาลของรายได้ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก รายได้จากการให้บริการจะเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสก่อน สะท้อนการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลักท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม TRUE เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 สะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัท ทั้งการเติบโตของรายได้จากการให้บริการ EBITDA และกำไรสุทธิ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการดำเนินธุรกิจอย่างมีวินัย

นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และออนไลน์ยังได้รับแรงหนุนจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในระบบบริหารคุณค่าลูกค้า (Customer Value Management: CVM) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ผ่านช่องทางและช่วงเวลาที่เหมาะสม

การดำเนินงานดังกล่าวเริ่มสร้างผลลัพธ์เชิงบวกทั้งด้านมูลค่าทางธุรกิจและประสบการณ์ของลูกค้า โดยบริษัทมีแผนยกระดับการนำ AI มาใช้ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เสริมศักยภาพการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ความพึงพอใจของลูกค้าปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยบริษัทประเมินว่าการดำเนินงานยังเป็นไปตามแผนที่จะบรรลุเป้าหมายทางการเงินปี 2569 รวมถึงเป้าหมายระยะกลางที่กำหนดไว้

สำหรับฐานลูกค้า ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 TRUE มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 48.8 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นประมาณ 142,000 เลขหมายจากไตรมาสก่อน โดยมีผู้ใช้บริการเครือข่าย 5G จำนวน 20.5 ล้านเลขหมาย ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้นประมาณ 30,000 รายจากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 3.3 ล้านราย

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน TRUE เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 สะท้อนคุณภาพของกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากรายได้ธุรกิจหลักที่เติบโตและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยบริษัทมี EBITDA ในไตรมาส 3/2569 จำนวน 28,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.6% จากไตรมาสก่อน ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ การรับรู้ประโยชน์จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ขณะที่อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 68.4% เพิ่มขึ้น 3.1 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ EBITDA ของบริษัทเพิ่มขึ้นรวมประมาณ 9,000 ล้านบาท หรือเติบโต 46%

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารฐานะทางการเงินและภาระหนี้สิน โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 3.6 เท่า ลดลง 0.5 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 0.1 เท่าจากไตรมาสก่อน สะท้อนการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3/2569 บริษัทมีรายการค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ใช่เงินสดและเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 294 ล้านบาท จากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วและการบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ใยแก้วนำแสง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิบางส่วน

ทั้งนี้ เมื่อปรับผลกระทบจากรายการพิเศษดังกล่าวออก บริษัทจะมีกำไรสุทธิหลังปรับปรุงประมาณ 6,964 ล้านบาท หรือราว 7,000 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิตามงบการเงินที่ 6,670.09 ล้านบาท

สำหรับการเปรียบเทียบกับประมาณการของนักวิเคราะห์ข้อมูลจาก LSEG Consensus ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 ของ TRUE ไว้ที่ 6,940.25 ล้านบาท ขณะที่บริษัทประกาศกำไรสุทธิจริง 6,670.09 ล้านบาท จึงต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ประมาณ 3.89% หรือคิดเป็นส่วนต่าง 270.16 ล้านบาท

ขณะที่รายได้รวมไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 46,847 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ LSEG Consensus ที่ 46,392.17 ล้านบาท ประมาณ 0.98% หรือ 454.83 ล้านบาท

นอกจากนี้ LSEG Consensus ยังประเมินรายได้รวมทั้งปี 2569 ของ TRUE ไว้ที่ 187,918.27 ล้านบาท และกำไรสุทธิทั้งปีที่ 26,032.82 ล้านบาท โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ย 17.47 บาทต่อหุ้น จากการรวบรวมข้อมูลนักวิเคราะห์ 16 โบรกเกอร์

ด้านการจ่ายเงินปันผล ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.16 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 5,528.34 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลประมาณ 83% ของกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 โดยจ่ายจากผลการดำเนินงานไตรมาสดังกล่าวและกำไรสะสมบางส่วน

บริษัทกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 1 ธันวาคม 2569

Back to top button