
SET ปิดเช้าร่วง 6 จุด หุ้นพลังงานฉุดตลาด จับตาเลือกตั้งสหรัฐฯ
SET ปิดภาคเช้าที่ 1,512.69 จุด ลดลง 5.90 จุด มูลค่าซื้อขาย 3.24 หมื่นล้านบาท รับแรงขายหุ้นพลังงาน PTTEP-PTT หลังราคาน้ำมันดิบย่อตัว แม้กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์รีบาวด์ช่วยพยุงตลาด จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3 พ.ย.นี้ บล.พายคาดบ่ายแกว่งลบต่อ ให้แนวรับ 1,507 จุด แนวต้าน 1,525 จุด
10 หุ้นกดดัชนีเช้านี้
ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (2 พฤศจิกายน 2569) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) อยู่ที่ระดับ 1,512.69 จุด ลดลง 5.90 จุด หรือ 0.39% ด้วยมูลค่าการซื้อขายประมาณ 32,368 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (2 พฤศจิกายน 2569) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) อยู่ที่ระดับ 1,512.69 จุด ลดลง 5.90 จุด หรือ 0.39% ด้วยมูลค่าการซื้อขายประมาณ 32,368 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบระหว่างจุดต่ำสุด 1,510.36 จุด และจุดสูงสุด 1,522.30 จุด
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวลดลงจากแรงกดดันของหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง ส่งผลให้นักลงทุนลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงาน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังรอติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงินโลก โดยตลาดคาดการณ์ว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ซึ่งอาจนำไปสู่การถ่วงดุลอำนาจทางการเมือง และช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศและการค้าของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ หากผลการเลือกตั้งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ อาจช่วยลดความไม่แน่นอนด้านนโยบาย และเพิ่มความคาดหวังต่อการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนในระยะถัดไป
สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายกลุ่ม พบว่าหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางส่วนเริ่มฟื้นตัวหลังเผชิญแรงขายอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กลุ่มดังกล่าวยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับกระแสเงินสดและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจต่ำกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์
ด้านกระแสเงินลงทุนเริ่มเคลื่อนย้ายเข้าสู่หุ้นที่อิงเศรษฐกิจภายในประเทศ (Domestic Play) และหุ้นกลุ่ม Defensive ซึ่งมีความทนทานต่อความผันผวนของตลาดมากกว่า ช่วยประคองดัชนีไม่ให้ปรับตัวลดลงรุนแรง
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่าย นายวทัญประเมินว่า ดัชนียังคงมีโอกาสแกว่งตัวในแดนลบ เนื่องจากแรงกดดันของหุ้นกลุ่มพลังงานยังไม่คลี่คลาย ขณะที่นักลงทุนรอความชัดเจนของผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ โดยให้ แนวรับที่ 1,507 จุด และแนวต้านที่ 1,525 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่


