
ASPS ชี้ดัชนีผันผวน หวั่นฟองสบู่ AI-น้ำมันร่วงกดดัน แนะสอย 3 หุ้นหลบภัย
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ชี้ตลาดหุ้นไทยผันผวนหนัก เผชิญแรงกดดันราคาน้ำมันโลกดิ่งและความกังวลฟองสบู่หุ้น AI ในสหรัฐฯ ประเมินแนวรับสำคัญ 1,495–1,500 จุด แนะลดความเสี่ยงด้วยการพักเงินในกลุ่มหลบภัย ชู SAWAD, BGRIM และ BJC เป็นหุ้นเด่น รับต้นทุนพลังงานและบอนด์ยีลด์ขาลง
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ ASPS เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความไม่แน่นอนสูงและเผชิญแรงกดดันหลักจากโครงสร้างดัชนีที่มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีราว 24.8% และกลุ่มอิงราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ 26.9% ซึ่งเมื่อรวมกันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 52% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด ทำให้การอ่อนตัวของราคาน้ำมันและความกังวลต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อดัชนี SET อย่างมีนัยสำคัญ ประเมินแนวรับสำคัญบริเวณ 1,495–1,500 จุด
ขณะที่ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 96.45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังมีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตลาดจึงเริ่มลดส่วนเพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทานลง ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งมีน้ำหนักราว 15% ของดัชนี อาจถูกกดดันซ้ำจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ปรับลดลง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำเลือกลงทุนหุ้นกลุ่ม Anti-Commodity, Anti-Yield และ Defensive ที่รายได้สม่ำเสมอและรับมือความผันผวนได้ดี เช่น บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เป็นหุ้นเด่น
ทั้งนี้ SAWAD รับแรงหนุนจากทิศทาง Bond Yield ขาลงและมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐ คาดกำไรไตรมาส 3/2569 จะเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วน BGRIM ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบด้านต้นทุนพลังงานไปมากแล้ว และคาดผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเช่นกัน ด้าน BJC คาดกำไรปกติไตรมาส 3/2569 เติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมรับปัจจัยบวกจากกำไรพิเศษขายที่ดิน และราคาน้ำมันลดลงที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ
นอกจากนี้ แนะนำให้ติดตามหุ้น Defensive ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN รับอานิสงส์ทราฟฟิกศูนย์การค้าและเปิดโครงการใหม่, บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH คาดกำไรปกติทำนิวไฮของปี และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจฟื้นตัวและน้ำมันถูกลง
อย่างไรก็ตาม แม้ระยะยาว AI จะยังเป็นธีมการลงทุนหลัก แต่ความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นและกระแสเงินสดจะทำให้ตลาดผันผวนในระยะสั้น นักลงทุนจึงต้องเน้นบริหารความเสี่ยง เลือกหุ้นพื้นฐานแกร่ง และติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด

