NER อวดกำไร Q3 โต 57% แตะ 511 ล้านบาท รับยอดขายในประเทศพุ่ง พ่วงเฮดจิ้ง-FX หนุน

NER โชว์กำไรไตรมาส 3/69 แตะ 511.68 ล้านบาท เติบโต 56.68% รับยอดขายในประเทศพุ่ง 28.78% หนุนรายได้รวมเพิ่มขึ้น 21.02% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยับแตะ 10.33% พร้อมรับรู้กำไรจากการประเมินมูลค่าตราสารอนุพันธ์ 13.46 ล้านบาท


บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/69 และงวด 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับ NER เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 มีกำไรสุทธิ 511.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 185.10 ล้านบาท หรือเติบโต 56.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 326.58 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 8,124.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.02% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 6,713.16 ล้านบาท

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายในประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 6,476.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.78% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 5,029.30 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 79.87% ของยอดขายรวม ขณะที่รายได้จากการขายต่างประเทศอยู่ที่ 1,632.70 ล้านบาท ลดลง 3.84% ส่งผลให้บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 8,109.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.54% แม้ปริมาณขายรวมจะลดลง 2.84% มาอยู่ที่ 109,251 ตัน

นอกจากนี้ บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น โดยมีกำไรขั้นต้น 837.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 600.30 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 10.33% จากระดับ 8.92% ในปีก่อน สะท้อนการปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างระหว่างรายได้จากการขายกับต้นทุนขาย

ขณะเดียวกัน กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 673.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 449.30 ล้านบาท ส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 74.05% มาอยู่ที่ 543.46 ล้านบาท สอดคล้องกับการขยายตัวของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น

ด้านต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 3/2569 ลดลงมาอยู่ที่ 129.67 ล้านบาท จากระดับ 137.05 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือลดลง 5.39% โดยเป็นผลจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ NER299A ก่อนครบกำหนดในเดือนมีนาคม 2569 ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายและสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของบริษัท

สำหรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 17.40 ล้านบาท แบ่งเป็นผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริง 30.86 ล้านบาท และกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ 13.46 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าที่บริษัททำไว้เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,202.41 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,489.42 ล้านบาท ลดลง 19.27% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 22,468.74 ล้านบาท ลดลง 2.40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 23,020.18 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้จากการขายรวมในช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 22,460.58 ล้านบาท ลดลง 2.39% โดยรายได้จากการขายในประเทศอยู่ที่ 17,186.70 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 76.52% ของยอดขายรวม ขณะที่รายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 5,273.88 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 23.48% ของยอดขายรวม ส่วนปริมาณขายรวมอยู่ที่ 341,713 ตัน ลดลง 2.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับกำไรขั้นต้นงวด 9 เดือนอยู่ที่ 2,190.63 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 2,322.17 ล้านบาท ลดลง 5.66% โดยบริษัทระบุว่า ผลการดำเนินงานได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบยางพารา ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะภัยแล้งและปรากฏการณ์เอลนีโญ รวมถึงผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

อย่างไรก็ตาม NER ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดภาระทางการเงิน โดยต้นทุนทางการเงินงวด 9 เดือนลดลง 4.23% มาอยู่ที่ 396.04 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 413.54 ล้านบาท หลังไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด รวมถึงการบริหารสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้มาตรการ BOI-CSR เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัท

Back to top button