GST เปิดงบ Q3 ขาดทุน 11.66 ล้านบาท เซ่นต้นทุนพุ่ง-รายได้บรอดคาสต์หด

GST ขาดทุนสุทธิไตรมาส 3/69 เพิ่มเป็น 11.66 ล้านบาท หลังต้นทุนบริการพุ่ง-รายได้บรอดคาสต์ชะลอตัว แต่ขาดทุนน้อยกว่า LSEG Consensus คาดไว้ 67% ขณะที่งวด 9 เดือนแรกพลิกกำไร 488.59 ล้านบาท รับกำไรอัตราแลกเปลี่ยนหนุน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ GST (เดิมชื่อ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 และงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 มีกำไร (ขาดทุน) สุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 11.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,210.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 0.89 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับรายได้จากธุรกิจบรอดคาสต์ที่ชะลอตัวตามความต้องการของตลาด รวมถึงรายได้จากการให้บริการแบนด์วิดท์บนดาวเทียมไทยคม 4 ที่ลดลง เนื่องจากอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านก่อนสิ้นสุดอายุการใช้งานของดาวเทียม

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้รวมในไตรมาส 3/2569 จำนวน 614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 518 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 611 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% จาก 500 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการรับรู้รายได้โครงการติดตั้งชุดวิทยุไมโครเวฟแบบ IP (IP Microwave Radio System) ให้แก่กองบัญชาการกองทัพไทย รวมถึงรายได้จากโครงการก่อสร้างเพื่อขยายสถานีภาคพื้นดินให้แก่บริษัท Globalstar เพื่อรองรับเทคโนโลยีและบริการสื่อสารใหม่

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีต้นทุนขายและการให้บริการรวม 487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จาก 344 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราสูงกว่าการเติบโตของรายได้ เนื่องจากการรับรู้ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการติดตั้งชุดวิทยุไมโครเวฟแบบ IP และโครงการขยายสถานีภาคพื้นดิน Globalstar ขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่องลดลง 1.4% เหลือ 491 ล้านบาท จาก 498 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ (Core Loss) จำนวน 42 ล้านบาท พลิกจากกำไรจากการดำเนินงานปกติ 7 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงกดดันจากรายได้ธุรกิจบรอดคาสต์ที่ลดลงตามภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงเหลือ 159 ล้านบาท จาก 169 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือลดลง 5.9% เนื่องจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่ลดลง

ขณะเดียวกัน บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 37 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 1 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า 14 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีส่วนแบ่งขาดทุน 16 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัท เอทีไอ เทคโนโลยีส์ จำกัด (ATI) ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน

เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิลดลงจาก 87 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 เหลือ 11.66 ล้านบาทในไตรมาส 3/2569 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง รวมถึงการพลิกกลับมารับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทพลิกมีกำไรสุทธิ 488.59 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 88.75 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 258 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 235 ล้านบาท รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นเป็น 510 ล้านบาท จาก 261 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ รายได้รวมงวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 2,072 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% จาก 1,795 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 1,561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จาก 1,535 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ตและสื่อที่เติบโตจากโครงการภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่องลดลง 5.4% เหลือ 1,438 ล้านบาท จาก 1,520 ล้านบาท ตามการชะลอตัวของธุรกิจบรอดคาสต์และรายได้จากต่างประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานปกติในงวด 9 เดือนแรกจำนวน 248 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.5% จาก 160 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าผลการดำเนินงานปกติในภาพรวมยังคงมีกำไร แม้ผลประกอบการเฉพาะไตรมาส 3/2569 จะขาดทุนก็ตาม

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก LSEG Consensus ระบุว่า นักวิเคราะห์ประเมินผลการดำเนินงานของ GST ในไตรมาส 3/2569 จะมีรายได้รวม 600 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 35 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลประกอบการจริงที่มีรายได้รวม 614 ล้านบาท สูงกว่าคาด 2.33% ขณะที่ขาดทุนสุทธิ 11.66 ล้านบาท น้อยกว่าคาด 23.34 ล้านบาท หรือ 66.69% ส่วนประมาณการตลอดปี 2569 คาดว่าจะมีรายได้รวม 2,558.50 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 46 ล้านบาท โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ย 13.59 บาทต่อหุ้น จากนักวิเคราะห์ 2 บริษัทหลักทรัพย์

Back to top button