SME D Bank จัด 3 แพ็กเกจใหญ่ ปล่อยกู้ 2 พันล้านบาท หนุนเอสเอ็มอีไทย

SME D Bank เปิด 3 มาตรการหนุนเอสเอ็มอีไทย วงเงิน 2,000 ล้านบาท ชู “จ่ายดี มีเติม” กู้สูงสุด 5 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 5% ใน 2 ปีแรก พร้อมลดดอกเบี้ยสัญญาเดิมสูงสุด 2.5% และเพิ่มเพดานรับซื้อลูกหนี้การค้าเป็น 95% เปิดรับถึง 31 มี.ค. 70


นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกชุดมาตรการครั้งใหญ่ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ให้มีเงินทุน เพิ่มสภาพคล่อง และลดภาระทางการเงิน ซึ่งจะทำให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ยาวจนถึงปี 2570

โดยชุดมาตรการดังกล่าว แบ่งเป็น 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่

1. มาตรการ “จ่ายดี มีเติม” (Top up) วงเงิน 2,000 ล้านบาท สำหรับลูกค้าเดิมทุกประเภทธุรกิจที่มีประวัติทางการเงินดี จะได้รับสิทธิ์เติมทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจวงเงินกู้ตั้งแต่ 500,000–5 ล้านบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 5% คงที่ 2 ปีแรก แบบไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และสามารถใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันเต็มวงเงิน ซึ่งลูกค้าที่สนใจแจ้งความประสงค์ได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

2. มาตรการ “เสริมสภาพคล่อง PN” สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินกู้ระยะสั้นประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) และประวัติทางการเงินดี ธนาคารจะให้สิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ยจากสัญญาเดิม 1.5% ถึง 2.5% เมื่อเข้าร่วมรับมาตรการจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน

3. มาตรการ “เสริมสภาพคล่องแฟคตอริ่ง” โดยมุ่งเน้นลูกค้าประเภทวงเงินสินเชื่อแฟคตอริ่ง (Factoring) ที่มีคู่ค้าเป็นหน่วยงานภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจที่มีการโอนสิทธิการรับเงินตรง โดยจะขยายอัตรารับซื้อลูกหนี้การค้าสูงสุดถึง 95% จากเดิม 90% เมื่อเข้าร่วมรับมาตรการจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

ขณะเดียวกัน สำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ที่ต้องการเงินทุนไปเสริมสภาพคล่องหรือปรับปรุงธุรกิจ ทางธนาคารยังมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก และให้ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปีรองรับด้วย

ส่วนสินเชื่ออื่นที่น่าสนใจ ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สำหรับลงทุนพลังงานสะอาด เช่น ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และปรับเปลี่ยนใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึง “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย สำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก

นายพิชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า 3 มาตรการข้างต้นจะสิ้นสุดระยะเวลาโครงการในวันที่ 31 มีนาคม 2570 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงินโครงการ แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน ดังนั้นผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ และเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อรับสิทธิประโยชน์สูงสุดในการต่อยอดธุรกิจต่อไป

อย่างไรก็ตาม การที่ธนาคารผ่อนปรนเงื่อนไข และไม่บังคับใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันในบางโครงการ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ SMEs รายเล็กเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มเงินหมุนเวียน และกระตุ้นเศรษฐกิจในระบบอย่างเป็นรูปธรรม

Back to top button