“ดาวฯฟิวเจอร์” บวก 200 จุด รับ “เยลเลน” เชื่ออัดฉีด 1.9 ล้านล้านดอลฯ หนุนศก.ฟื้นแกร่ง!


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งเกือบ 200 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะดีดตัวขึ้นในคืนนี้ ต่อเนื่องจากการทะยานขึ้นเมื่อวานนี้

โดย ณ เวลา 18.32 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 197 จุด หรือ 0.62% สู่ระดับ 31,973 จุด

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ ขานรับความคืบหน้าในการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งได้ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มธนาคาร สายการบิน และโรงแรม

โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะทำการพิจารณาและลงมติต่อร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่ผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งหากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้การอนุมัติ ก็จะส่งต่อไปยังประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนวันที่ 14 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่มาตรการช่วยเหลือผู้ว่างงานในปัจจุบันจะหมดอายุลง

ด้าน นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของปธน.ไบเดนจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีทรัพยากรที่เพียงพอในการผลักดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และจะทำให้การจ้างงานของสหรัฐกลับสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในปีหน้า

ส่วนนายเดวิด เทปเปอร์ ผู้จัดการ Appaloosa Management กองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ของสหรัฐ กล่าวแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นในขณะนี้ โดยเขามองว่าแรงเทขายในตลาดพันธบัตรสหรัฐจนทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นนั้น จะยุติลงในที่สุด

โดยที่ผ่านมา นักลงทุนมักให้ความสนใจต่อคำกล่าวของนายเทปเปอร์ และคำพูดของเขามักสามารถขับเคลื่อนตลาดหุ้น สำหรับความเสี่ยงในตลาดได้เบาบางลงแล้ว และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะสั้น

“ผมคิดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้แกว่งตัวอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา และจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งจะทำให้การซื้อหุ้นในขณะนี้มีความปลอดภัยมากขึ้น” นายเทปเปอร์กล่าวต่อสำนักข่าว CNBC

ทั้งนี้ นายเทปเปอร์เชื่อว่า ญี่ปุ่นจะกลับมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอีกครั้ง หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งคำสั่งซื้อดังกล่าวจะช่วยให้ตลาดพันธบัตรมีเสถียรภาพ

นอกจากนี้ นายเทปเปอร์ยังแนะนำให้นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ดิ่งลงในขณะนี้ ทำให้ราคามีความน่าดึงดูดใจมากขึ้น ทั้งนี้นายเทปเปอร์ยังระบุว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยหนุนตลาดหุ้นคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเพิ่งผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภาสหรัฐ และกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ

 

 

Back to top button